หน้าแรก Thai PBS “องอาจ” หวัง กกต. แบ่งเขตเลือกตั้งเป็นธรรม

“องอาจ” หวัง กกต. แบ่งเขตเลือกตั้งเป็นธรรม

30
0
“องอาจ”-หวัง-กกต.-แบ่งเขตเลือกตั้งเป็นธรรม

วันนี้ (4 ก.พ.2566) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. ,น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนบริเวณตลาดน้ำริมคลองเจริญกรุง 103 พร้อมด้วย นายอภิมุข ฉันทวานิช ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ โดยเขตบางคอแหลมยานนาวามี ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์หลายคนมาแจ้งเกิดในเขตเลือกตั้งนี้ เช่นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายพิชัย รัตตกุล

โดย นายองอาจ กล่าวถึงการลงพื้นที่เขตคลองสามวา บางคอแหลม เพื่อแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัครในวันนี้ว่า ความพร้อมของพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนี้มีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ครบทุกเขตแล้วแต่ขณะนี้รอเพียงการแบ่งเขตที่ชัดเจนจากทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งขณะนี้ ทาง กกต. กทม. ได้ออกรูปแบบทั้ง 5 แบบมาเพื่อขอความคิดเห็นจากประชาชนแล้ว คาดว่าไม่เกินสิ้นเดือนนี้กำลังคิดก็น่าจะเรียบร้อยและเชื่อว่า เมื่อมีการประกาศเขตเสร็จแล้วพรรคประชาธิปัตย์จะประกาศตัวว่าที่ผู้สมัครแต่ละเขตต่อไป

ส่วนกังวลเรื่องของการแบ่งเขตที่ไม่เป็นธรรมนั้น ตนมองว่า พื้นที่กรุงเทพไม่ได้มีประเด็นพวกนี้ประชากรมีจำนวนที่หนาแน่นจึงอยากขอร้องให้ กกต. ดูจำนวนประชากรในแต่ละเขตให้ใกล้เคียงกับมาตรฐานที่กำหนดไว้คือประมาณ 166,000 คน ซึ่งอาจจะมีบวกลบบ้าง แต่ก็ไม่ควรให้ห่างกันมากหรือน้อยมากเกินไป แต่ขณะนี้จะไปตำหนิ กกต. ไม่ได้เพราะออกรูปแบบมา 5 แบบ แล้วอยู่ที่ทุกคนจะช่วยกันให้ความเห็นเพื่อเอาความเห็นจากพรรคการเมืองและประชาชนไปปรับใช้

ด้านนายสุชัชวีร์ กล่าวถึงปัญหาฝุ่นในตอนนี้ ว่า เป็นเรื่องที่น่าตกใจและไม่อยากให้ประชาชน กทม. ถือว่าเป็นเรื่องปกติเพราะระดับนี้เป็นระดับโลกแล้วเพราะฝุ่นพิษเป็นอันตรายถึงชีวิตจริงๆ ประเด็นสำคัญคือต้องเอาความจริงมาพูดกันว่าวิธีแก้ปัญหาแบบเดิมๆ ทำแบบเดิมๆ ไม่มีทางที่จะช่วยได้ จะทำให้ความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน

ดังนั้น นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ใน กทม. คือฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมของคนกรุงเทพฯ ทั้งเรื่องน้ำและเรื่องอากาศวันนี้พรรคประชาธิปัตย์มุ่งมั่น อยากให้พี่น้อง กทม.ได้เลือก ส.ส.ประชาธิปัตย์ ให้เยอะที่สุดเพราะ พรรคประชาธิปัตย์จะออกกฎหมายอากาศสะอาดซึ่งค้างอยู่ในสภานานมาก ซึ่งเป็นกฎหมายที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคน กทม. ได้จริงๆ เพราะจะมีการคุมเข้มรถที่เข้ามาใน กทม. คุมเข้มเกี่ยวกับเรื่องการก่อสร้างที่ไร้ความรับผิดชอบ และสำหรับผู้ประกอบการที่ดูแลเรื่องฝุ่นสามารถมาเคลมเป็นค่าใช้จ่ายลดภาษีได้ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ยอมให้ PM2.5 รุนแรงไปกว่านี้

ขณะที่ น.ส.วทันยา กล่าวถึงปัญหาสภาล่มและนายกรัฐมนตรีก็ยังเมินเฉยที่จะยุบสภาตามคำเรียกร้องของ ส.ส. ว่า ปัญหาสภาล่มชัดเจนว่าเป็นปัญหาของนักการเมืองที่เล่นเกมในสภา อย่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ยังค้างอยู่ในสภา จนไม่สามารถนำขึ้นมาพิจารณาได้ ซึ่งอากาศสะอาดเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่ควรจะได้รับ

โดยเฉพาะฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่เข้าสู่ร่างกายอันตรายยิ่งกว่าไวรัสมีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ซึ่ง พ.ร.บ.อากาศสะอาดได้รับการเสนอจากหลายพรรครวมถึงภาคประชาชนแล้วด้วยแต่กลับกลายเป็นว่า พ.ร.บ.อากาศสะอาดยังไปไม่ถึงไหนยังค้างอยู่ในวาระที่บรรจุอยู่ในสภาฯ เพราะปัญหาจากการเล่นเกมการเมือง

จึงอยากวอนไปถึงรัฐบาลผู้บริหารที่รับผิดชอบแม้บรรยากาศการเลือกตั้งจะใกล้เข้ามาทุกทีแต่ภารกิจในการบริหารบ้านเมืองในการบริหารทุกข์ประชาชนยังเป็นลำดับแรกที่รัฐบาลผู้บริหารควรที่จะพึงให้ความรับผิดชอบและตระหนักแต่กลายเป็นว่าทุกคนกลับมุ่งเน้นในเรื่องของการหาเสียง หน้าที่รับผิดชอบลดลง และวิงวอนไปถึงผู้บริหารให้ออกมาตรการนโยบายที่จะกำกับดูแล PM 2.5

ส่วนนายอภิมุข กล่าวว่า ตนอยู่พื้นที่นี่มาตั้งแต่เกิด ตนมีความเข้าใจในปัญหาแต่ละพื้นที่แต่ละชุมชน จากการที่ได้สั่งสมประสบการณ์มากกว่า 20 ปี พร้อมที่จะเข้ามาทำประโยชน์ให้กับคนในพื้นที่ซึ่งในพื้นที่ชุมชนวันนี้ ได้เห็นถึงความสามัคคีของคนในชุมชนทำให้เกิดเศรษฐกิจชุมชนที่ดี แม้ตนจะเป็นทายาทนักการเมือง มีคุณพ่อเป็นอดีต ส.ส. แต่อยากให้ดูเรื่องความมุ่งมั่นตั้งใจมากกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส. ปัจจุบันเขตยานนาวาบางคอแหลม คือ น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน จากพรรคก้าวไกล แต่การเลือกตั้งครั้งหน้าไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งส่งคนอื่นลงสมัครแทน ทั้งนี้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตยานนาวา – บางคอแหลม มี นายนรุตม์ชัย บุนนาค พรรคไทยสร้างไทย , นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ ว่าที่ผู้สมัครพรรคก้าวไกล ,นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ว่าที่ผู้สมัครพรรครวมไทยสร้างชาติ และนายไสว ทัศนีย์ภาพ ว่าที่ผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่