หน้าแรก Thai PBS “โรม” ยื่นหลักฐานถึง ผบ.ตร. เอาผิด “ส.ว.ทรงเอ”

“โรม” ยื่นหลักฐานถึง ผบ.ตร. เอาผิด “ส.ว.ทรงเอ”

21
0
“โรม”-ยื่นหลักฐานถึง-ผบตร-เอาผิด-“สว.ทรงเอ”

วันนี้ (28 ก.พ.2566) นายรังสิมันต์ โรม ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบเอาผิด สว.ทรงเอ สืบเนื่องการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนในฐานะเป็นคนอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ได้อภิปรายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ส.ว.ทรงเอ และไทยดำจีนเทา ซึ่งทั้ง 2 เรื่องมีความสำคัญ และวันนี้ (28 ก.พ.) จะเป็นวันสุดท้ายในสภาชุดนี้ ดังนั้น เอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ส.ส.จะไม่มีอีกต่อไป จึงเริ่มต้นด้วยการยื่นหนังสือกับ ผบ.ตร.

ตามที่ตนอภิปราย มีหลักฐานต่าง ๆ ที่ตนเชื่อว่าเป็นประโยขน์ในการทำคดี ซึ่งตนคิดว่าเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ ทั้งกรณีของ ส.ว. ทรงเอ และ ไทยดำจีนเทา ที่เกี่ยวข้องไปถึงนายกรัฐมนตรี

ตนได้เตรียมหลักฐานเป็นเอกสาร บางส่วนที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน เชื่อว่าจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฎิบัติหน้าที่ได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น จึงเป็นที่มาว่า ตนทราบว่าวันนี้ ผบ.ตร. ชี้แจง พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 และ 2566 ตนจึงต้องยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. เพื่อให้การทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจดีมากยิ่งขึ้น

ยันไม่หยุด เตรียมยื่นต่อ ก.ต.- อสส.

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า การอยู่หนังสือจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ เพราะตั้งใจจะไปยื่นกับอัยการสูงสุด เนื่องจากบางประเภทคดี เป็นคดีนอกราชอาณาจักร สำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เนื่องจากมีกรณีที่มีการถอนหมายจับ ส.ว.ทรงเอ

นอกจากนี้จะนำเรื่องดังกล่าวไปยื่นต่อผู้รับผิดชอบโดยตรงอย่าง อัยการสูงสุดต่อไป โดยแบ่งเป็น 2 ประเด็นหลัก คือ คดีของหลาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งอาจเกี่ยวเนื่องกับคดีตู้ห่าว และคดีของ ส.ว.ทรงเอ ว่า ทางเจ้าพนักงานจะดำเนินการอย่างไร เพราะสมัยประชุมกำลังจะหมด เอกสิทธิ์ที่ ส.ส.เคยได้รับการคุ้มครองก็จะหมดไป สิ่งที่ตนทำทั้งหมด หวังว่าให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ผบ.ตร.ไม่นิ่งนอนใจ มอบ ผบช.ปส.3 รับผิดชอบ

หลังจากนั้น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวภายหลังรับหนังสือ พร้อมระบุว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องนี้ ตนจะเร่งตรวจสอบดำเนินการต่อไป ซึ่งกรณีที่อภิปรายในครั้งที่แล้ว ขอทำความเข้าใจว่ากรณี ส.ว. ทรงเอ เมื่อพบว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักร ก็ได้เสนออัยการสูงสุด และได้มอบหมายผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 เป็นผู้รับผิดชอบร่วมกับอัยการสูงสุด ในลักษณะคล้ายกับคดีตู้ห่าว

ในฐานะหัวหน้าหน่วยได้สั่งการให้ติดตามความคืบหน้า พบว่ากำลังดำเนินการ และได้เร่งรัดให้ดำเนินการด้วยความโปร่งใส รวดเร็ว และให้การสนับสนุนเรื่องการสืบสวน และได้แนะนำไปหลายเรื่อง แต่ทางคดีไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้เป็นหน้าที่ของอัยการสูงสุด

 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่