หน้าแรก Voice TV 'สมศักดิ์' นำเพื่อไทยลุยใต้ 2 จังหวัด ชู 'ปลดล็อกกระท่อม-วัวชน' เอาใจชาวปักษ์ใต้

'สมศักดิ์' นำเพื่อไทยลุยใต้ 2 จังหวัด ชู 'ปลดล็อกกระท่อม-วัวชน' เอาใจชาวปักษ์ใต้

21
0
'สมศักดิ์'-นำเพื่อไทยลุยใต้-2-จังหวัด-ชู-'ปลดล็อกกระท่อม-วัวชน'-เอาใจชาวปักษ์ใต้

‘สมศักดิ์’ ลุยใต้ 2 จังหวัด 4 เวทีรวด! มั่นใจ ‘เพื่อไทย’ คว้า ส.ส.ใต้คนแรก เป็นประวัติศาสตร์ หลังบางเขตกระแสดีมาก ชู ‘ปลดล็อกกระท่อม-วัวชน’ เอาใจชาวปักษ์ใต้ เล่นใหญ่ กินใบกระท่อมโชว์บนเวทีปราศรัย ชี้ พร้อมสานต่อดันราคายางพาราให้สูงเหมือนยุค ‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’ ขณะที่ ‘สุธรรม’ ลั่น ‘อิ๊งค์’ พร้อมทำภารกิจต่อ

วันที่ 18 เมษายน 2566 สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายสุธรรม แสงประทุม แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีหลายสมัย นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำพรรคเพื่อไทย นายวิวรรธนไชย ณ กาฬสินธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย และอดีตส.ส.หลายสมัย ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย และอดีตเลขานุการ รมว.ยุติธรรม ได้ลงพื้นที่จังหวัดตรัง 2 จุด คือ โรงแรมเรือรัษฎา อำเภอเมือง และ หอประชุมคอซิมบี้ อำเภอกันตัง เพื่อปราศรัยช่วย สรวีย์ ภัทรอิสริยาไชย ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง เขต 1 เบอร์ 6 และ วิโรจน์ ทองโอเอี่ยม ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง เขต 4 เบอร์ 10 โดยบรรยากาศ เป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนเข้าร่วม 2 เวที กว่า 2,000 คน 

โดย สมศักดิ์ กล่าวว่า จังหวัดตรัง ตนเดินทางมาแล้วถึง 5 ครั้ง ในสมัยเป็น รมว.ยุติธรรม เพื่อมาช่วยไกล่เกลี่ยหนี้สิน ซึ่งพบว่า มีคนเป็นหนี้จำนวนมาก ดังนั้น ปัญหาเหล่านี้ พรรคเพื่อไทย จะเข้ามาช่วยแก้ไข ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการเติมเงินกระเป๋าดิจิทัล 1 หมื่นบาท ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมา ตนยังได้เป็นผู้ขับเคลื่อนปลดล็อกพืชกระท่อม จนเกิดการสร้างงานสร้างอาชีพจำนวนมาก รวมถึงขณะนี้ ก็ได้ผลักดันให้มหาวิทยาลัยนเรศวร วิจัยสารไมทราไจนีนในพืชกระท่อม เพื่อกำหนดค่ามาตรฐานกลางในผลิตภัณฑ์พืชกระท่อม เพราะขณะนี้ อย.กำหนดมาตรฐานกลางไว้เพียง 0.2 มิลลิกรัมต่อหน่วย ทั้งที่ใบกระท่อม 1 ใบ มีสารไมทราไจนีน เฉลี่ยอยู่ที่ 1.2-1.8 มิลลิกรัมแล้ว โดยคาดว่า เรื่องนี้อีก 3 เดือน จะมีความชัดเจน และจะสามารถทำเป็นผลิตภัณฑ์ส่งไปขายต่างประเทศได้ 

“ส่วนเรื่องวัวชน ไก่ชน ผมก็ได้ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เช่น ช่วงสถานการณ์โควิด ถูกสั่งปิด ผมก็ช่วยประสานจนกลับมาเปิดได้ รวมถึงผมยังได้ริเริ่มให้พันผ้าสีแดง-น้ำเงิน ที่เขาวัว เพื่อป้องกันคนดูสับสนในกรณีวัวสีเหมือนกัน โดยเรื่องนี้ ได้ถูกผลักดันเป็นซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งผมได้ผลักดันร่างกฎหมายส่งเสริมปศุสัตว์ เรียบร้อยแล้ว เพราะมองเห็นโอกาสเพิ่มมูลค่าให้กับสัตว์ได้ อย่าง วัวที่เก่งสุดในภาคใต้ ชื่อ หมอลำ มีคนขอซื้อตัวละหลายแสนบาทยังไม่ขาย เพราะเขาสามารถนำไปขยายพันธุ์ได้ โดยจะมีมูลค่าเป็นอย่างมาก” นายสมศักดิ์ กล่าว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการปราศรัย นายวิโรจน์ ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง เขต 4 ได้ขึ้นเวทีมอบใบกระท่อม ให้กับนายสมศักดิ์ เมื่อพูดปราศรัยถึงช่วงการปลดล็อกกระท่อม ทำให้นายสมศักดิ์ ได้เขี้ยวใบกระท่อมโชว์บนเวทีทันที รวมถึงผู้สมัคร ยังได้มอบรูปวัวชน เพื่อให้นำไปใช้ประกอบการปราศรัย เพราะรูปนี้ ได้ถือเป็นตัวอย่างซอฟต์พาวเวอร์ ที่ชนะการประกวดมาจากประเทศญี่ปุ่น 

นอกจากนี้ ภายหลังการปราศรัย นายสมศักดิ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเพิ่มเติมว่า ในพื้นที่ภาคใต้ พรรคเพื่อไทย ยังไม่เคยมีส.ส. แต่จากการลงพื้นที่วันนี้ ทำให้ตนมั่นใจว่า ครั้งนี้อาจจะมีเซอร์ไพรส์ เพราะมีโอกาสมาก โดยเฉพาะเขต 1 และ เขต 4 จังหวัดตรัง เนื่องจากมีพี่น้องประชาชนมาร่วมจำนวนมาก ส่วนการตั้งเป้า ส.ส.ภาคใต้นั้น ตนไม่กล้าคาดตัวเลข แต่เมื่อมาแล้ว ต้องยอมรับว่า ดีกว่าบางจังหวัดที่ตนได้เดินทางไปอีก ส่วนนโยบายเติมเงินกระเป๋าดิจิทัล 1 หมื่นบาท ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเงินกู้นั้น ตนขอย้ำว่า นโยบายนี้ ไม่มีอะไรผิด ซึ่งสามารถทำได้อย่างแน่นอน และในอดีตรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ที่นำโดยอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ก็เคยใช้หนี้เงินกู้ไอเอ็มเอฟ ก่อนกำหนดอีก โดยเป็นสิ่งที่ควรให้เครดิต ไม่เหมือนรัฐบาลหลังๆ มีแต่กู้เงิน ดังนั้น พี่น้องประชาชน ไม่ต้องกังวลนโยบายนี้ เพราะสามารถทำได้สำเร็จแน่นอน

จากนั้น สมศักดิ์ พร้อมด้วยนายสุธรรม และคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ต่อไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช อีก 2 จุด คือ สวนสาธารณะฉวาง อำเภอฉวาง และ ที่ว่าการอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อปราศรัยช่วย พล.ต.ต.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 8 เบอร์ 8 และ นายถาวรรัตน์ คงแก้ว ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 6 เบอร์ 1 โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักเช่นกัน มีประชาชนเข้าร่วม 2 เวทีกว่า 5,000 คน

โดยสุธรรม กล่าวว่า วันนี้ พรรคเพื่อไทย อาสาเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชน เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า 8 ปีที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนต้องเจอปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ พรรคเพื่อไทย จึงจะเข้ามาแก้ปัญหาให้ ด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ฐานราก รวมถึงช่วยลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน โดยแคนดิเดตนายกของพรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร มีความพร้อมที่จะขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ เพราะได้ซึมซับความสำเร็จในอดีตของ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร จึงทำให้เชื่อมั่นได้ว่า พรรคเพื่อไทย ทำได้สำเร็จอย่างแน่นอน ดังนั้น ตนขอฝากให้พี่น้องชาวใต้ ช่วยกันเลือกทั้งคน และพรรคเบอร์ 29 เพื่อให้เกิดแลนด์สไลด์

ขณะที่ สมศักดิ์ กล่าวว่า ตนขอเน้นย้ำ เรื่องซอฟต์พาวเวอร์วัว เพราะพี่น้องชาวภาคใต้ได้มีความชื่นชอบวัวเป็นอย่างมาก และตนมองเห็นว่า วัว สามารถพัฒนาให้มีมูลค่าที่สูงขึ้นได้ ด้วยการผลักดันกฎหมายส่งเสริมปศุสัตว์ ให้มีมาตรฐานสากล อย่าง การกำหนดให้มีใบเพ็ดดีกรี ซึ่งจะทำให้สัตว์มีราคาสูงขึ้นทันที เพราะวัวที่มีสายพันธุ์ดี หรือ มีความชนเก่ง เวลาเพาะพันธุ์ ก็จะมีราคาสูง ขณะเดียวกัน การเดินทางมาวันนี้ ตนรู้สึกดีใจมาก ที่พี่น้องประชาชน ทั้ง 2 จังหวัด มาต้อนรับจำนวนมาก ซึ่งพรรคเพื่อไทย ก็จะเข้ามาช่วยดูราคาสินค้าเกษตร เช่น ยางพารา ให้สำเร็จเหมือนสมัยอดีตนายกฯทักษิณ ที่ทำราคายางพาราถึงกิโลกรัมละ 120 บาท ส่วนอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ก็ทำยางพารา กิโลกรัมละ 160 บาท แต่ปัจจุบันพี่น้องประชาชนบอก 3 โลร้อย ทำให้เห็นชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทย ที่มีรากฐานมาจากพรรคไทยรักไทย มีความเข้าใจในการแก้ปัญหา จึงทำให้ราคายางพาราสูงขึ้นได้ ดังนั้น พรรคเพื่อไทย ในยุคนี้ ก็จะเข้ามาสานต่อความสำเร็จในอดีต 

ก่อแก้ว กล่าวว่า ตนเคยเดินทางมาทุ่งสงนานแล้ว จึงทำให้เห็นว่า ทุ่งสงควรต้องเจริญมากกว่านี้ เพราะมีพื้นที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ มีความพร้อมทุกอย่าง ดังนั้น การจะทำให้นครศรีธรรมราชพัฒนามากกว่านี้ ต้องมีคนนครฯเข้าไปประสานงานกับรัฐบาล โดยตนเชื่อว่า พรรคเพื่อไทย จะได้รับความไว้วางใจ เพราะที่ผ่านมา อนาคตประเทศไทย ไม่รู้จะไปทางไหน จึงมั่นใจว่า พี่น้องประชาชน จะร่วมกันเปลี่ยนแปลง เพื่อจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามสโลแกนพรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน ซึ่งวันนี้ พรรคเพื่อไทย เห็นทุกปัญหา จึงอาสาเข้ามาแก้ปัญหาปากท้อง พร้อมจะทำให้คนไทยมีความสุขมากขึ้น 

ส่วน ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต กล่าวว่า ที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ ได้ขับเคลื่อนงานกระทรวงยุติธรรม เพื่อช่วยเหลือสังคมในทุกมิติ ทั้งการออกกฎหมายสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ปราบปรามยาเสพติดด้วยการยึดอายัดทรัพย์เครือข่ายผู้ค้ายาได้รวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท รวมถึงช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เป็นหนี้ ด้วยการจัดมหกรรมการไกล่เกลี่ยหนี้สินทั่วประเทศ ช่วยพี่น้องประชาชนได้กว่า 1 แสนครอบครัว โดยความสำเร็จมากมายในอดีต ก็จะถูกนำมาขับเคลื่อนต่อร่วมกับพรรคเพื่อไทย เพื่อช่วยให้คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้น

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่