หน้าแรก Voice TV 'พิธา' ดันเลือกตั้งผู้ว่าฯ ภายใน 4 ปี ยันไม่ใช่ความคิดสุดโต่ง มั่นใจกระจายอำนาจสำเร็จ

'พิธา' ดันเลือกตั้งผู้ว่าฯ ภายใน 4 ปี ยันไม่ใช่ความคิดสุดโต่ง มั่นใจกระจายอำนาจสำเร็จ

21
0
'พิธา'-ดันเลือกตั้งผู้ว่าฯ-ภายใน-4-ปี-ยันไม่ใช่ความคิดสุดโต่ง-มั่นใจกระจายอำนาจสำเร็จ

ก้าวไกลดันเลือกตั้งผู้ว่าฯ ภายใน 4 ปี ยันไม่ใช่ความคิดสุดโต่ง มั่นใจกระจายอำนาจสำเร็จ จ่อเวิร์คชอปร่วม 3 สมาคมท้องถิ่น แก้กฎหมายอุปสรรค

วันที่ 1 มิ.ย. ที่สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวภายหลังการหารือและรับฟังข้อเสนอแนะในการกระจายอำนาจกับสมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่า เป็นการหารือร่วมกันในการอำนวยความสะดวกกับผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน เป็นการกระจายความเจริญไปสู่แต่ละท้องที่ภายในประเทศไทย 

โดยมีการพูดคุยเรื่องแผนงานในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลว่า ภายใน 100 วันแรกหลังมีรัฐบาลใหม่จะทำอย่างไร ทั้งคำสั่งที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นทำตามศักยภาพและนำปัญหาของประชาชนมาเป็นที่ตั้ง และมีสิ่งใดที่พรรคก้าวไกลจะสามารถช่วยปลดล็อคการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้

พิธา กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยกันว่าในช่วง 1 ปี และ 4 ปีจะมีเรื่องใดที่สามารถร่วมกันทำได้ รวมไปถึงการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านประชามติของประชาชน หลังจากนี้จะมีการประชุมร่วมกันและทำเวิร์คช็อปในวันที่ 15-16 มิ.ย. โดยสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพพูดคุยเรื่องรายละเอียดกฎหมายที่ไม่เอื้ออำนวยในการบริหารจัดการในช่วงที่ผ่านมา

เมื่อถามว่ามีข้อเสนอใดที่สมาคมฯ เสนอมา หากไม่สามารถทำได้ใน 1 ปีแรก พิธา กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่มีอะไรท้าทายเกินความต้องการของประชาชน ซึ่งอะไรที่ต้องทำอย่างรวดเร็วและรอบคอบ ประชาชนต้องมีส่วนร่วม หากแบ่งได้แบบนั้นจะทำให้รู้ว่าอะไรที่สามารถทำได้ตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย และเรื่องใดต้องทำประชามติก่อนหรือต้องแก้รัฐธรรมนูญก่อน ถ้าแบ่งเป็นระยะๆแบบนี้ ใครที่กังวลว่าการกระจายอำนาจการเลือกตั้งผู้ว่าเป็นเรื่องที่สุดโต่ง จะได้เข้าใจ และสบายใจ ว่าการทำทั้งหมดนี้เป็นการกระจายความเจริญไปสู่ประชาชนได้เร็วที่สุด

เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มอิสระให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทางพรรคก้าวไกลจะดำเนินการอย่างไร พิธา กล่าวว่า เป็นส่วนหนึ่งของการทำรัฐธรรมนูญใหม่ผ่านสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ซึ่งหากฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนเรื่องการจัดสรรงบประมาณการจัดการในแต่ะะพื้นที่ ก็คงเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

เมื่อถามอีกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะวางกรอบให้ท้องถิ่นเป็นอิสระจากส่วนกลางหรือไม่ พิธา กล่าวว่า การกระจายอำนาจต้องมีงบประมาณ มีภารกิจ การกระจายบุคลากร ดังนั้นต้องรอบคอบ ยกตัวอย่างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่มีการกระจายภารกิจกับบุคลากร แต่ทรัพยากรกับงบประมาณไม่ได้ตามลงมาด้วย ซึ่งทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ดีเท่าที่ควร แต่ทั้งนี้การบริหารจัดการเรื่องการกระจายอำนาจต้องมีอิสระในการทำงานมากขึ้น มีอิสระในการบริหารการเงินมากขึ้น ถึงจะทำให้การบริการประชาชนดีมากขึ้น

เมื่อถามว่าหากพรรคก้าวไกลไม่ได้คุมกระทรวงมหาดไทย การกระจายอำนาจจะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ พิธา กล่าวว่า การกระจายอำนาจเป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกลผลักดันมาโดยตลอด และจะทำให้เกิดขึ้นจนสำเร็จ พร้อมคิดว่าการทำงานร่วมกับ 3 สมาคม จะทำให้เป้าหมายและการวางตัวบุคคลสำเร็จ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่