หน้าแรก Voice TV ‘ปูอัด’ น้ำตาคลอเบ้า ‘น้อมรับมติ’ ขับพ้น ‘ก้าวไกล’ เผยยังไม่คิดหาพรรคใหม่

‘ปูอัด’ น้ำตาคลอเบ้า ‘น้อมรับมติ’ ขับพ้น ‘ก้าวไกล’ เผยยังไม่คิดหาพรรคใหม่

17
0
‘ปูอัด’-น้ำตาคลอเบ้า-‘น้อมรับมติ’ ขับพ้น-‘ก้าวไกล’-เผยยังไม่คิดหาพรรคใหม่

‘ไชยามพวาน’ แถลงเปิดใจครั้งแรกหลังถูกมีมติถูกขับพ้นพรรค เซ่นปมคุกคามทางเพศ วอนประชาชนเชื่อมั่นในอุดมการณ์สวัสดิการถ้วนหน้า รับยังไม่คิดหาพรรคใหม่ ขอเดินหน้าทำงานในพื้นที่ ฝากบทเรียนให้สังคม บอก “เป็นบุคคลสาธารณะอาจจะทำไม่ได้เหมือนบุคคลธรรมดา”

วันที่ 7 พ.ย. ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ อดีต สส.กทม. พรรคก้าวไกล แถลงเปิดใจครั้งแรกหลังพรรคก้าวไกลมีมติขับให้พ้นสมาชิกพรรคว่า เบื้องต้นได้ทราบถึงมติพรรคแล้ว และขอน้อมรับอย่างสุดหัวใจ เพราะว่า ทำให้พรรคเสียหายมามาก สำหรับพี่น้องประชาชนนั้น อยากให้เชื่อมั่นในตัว สส. และอุดมการณ์ของพรรคก้าวไกล พร้อมเชื่อมั่นว่า ในอนาคต พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยังคงเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี

ไชยามพวาน กล่าวว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นเป็นที่ตัวบุคคล ไม่ใช่ตัวของพรรค เพราะฉะนั้นอย่าถือโทษกับพรรค ให้ถือโทษที่ตนเองทั้งหมด และยังอยากให้ทุกคนที่ยังเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของพรรค ผลักดันพรรคก้าวไกลต่อไป อยากให้ประชาชนทุกคนคอยติดตามร่างกฎหมายที่พรรคก้าวไกลพยายามผลักดัน เหมือนที่เคยบอกว่า หากพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน ก็จะเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก

หลังจากเรื่องนี้ยังมีอีกหลายอย่างที่อยากให้ประชาชนให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ กอ.รมน. และสวัสดิการถ้วนหน้าที่พรรคก้าวผลักดัน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้คิดว่าจะไปอยู่พรรคไหน แต่ขอทำงานในพื้นที่ต่อไป รวมถึงวันนี้ที่ได้มายังมัสยิดเขตจอมทอง เพราะอยากให้ทุกคนได้เห็นว่า เมื่อเราออกมาจากห้องแอร์แล้ว ได้เห็นมนุษย์ที่หาเช้ากินค่ำนั้นหาเงินยากเพียงใด

“ยังยืนยันว่า พรรคก้าวไกลเป็นพรรคที่มีอุดมการณ์ และมีบุคลากรเก่งๆ ไม่อยากให้ไปล่าแม่มด หรือพูดอะไรกับใคร พรรคก้าวไกลยังคงยืนหยัดทำงานเพื่อทุกคนทั้งใน และนอกสภาฯ” ไชยามพวาน กล่าว

ส่วนการยอมรับข้อครหาเรื่องคุกคามทางเพศหรือไม่นั้น ไชยามพวาน กล่าวว่า เป็นกระบวนการยุติธรรมที่ต้องไปพิสูจน์ เนื่องจากมีคนไปยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว จึงขอให้รอผลคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช. ดีกว่า หากชี้มูลว่า มีความผิด ก็พร้อมจะลาออกจากการเป็น สส.

ไชยามพวาน ย้ำว่า จะยังคงจะตั้งใจทำงาน ซึ่งไม่ใช่แค่ลงพื้นที่ทุกวันแบบปกติ แต่ต้องทำมากกว่าเดิมหลายเท่า ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายที่เดินออกสภาฯ และอยากขอโทษ 47,650 คะแนนเสียงของทุกคน ที่วันนี้ทำให้หลายคนลำบากใจ รวมถึงพรรคก้าวไกล และสังคมด้วย

ไชยามพวาน กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เป็นบทเรียนมหาศาลที่ตนปรับตัว และเรียนรู้ไปว่า เมื่อเป็นบุคคลสาธารณะแล้ว บางอย่างในวันที่เป็นบุคคลธรรมดาอาจจะทำได้ แต่เมื่อเป็นบุคคลสาธารณะแล้วอาจจะทำไม่ได้ จึงเป็นบทเรียนให้กับสังคม และเพื่อนๆ สส. ทุกคน

สำหรับการกล่าวถึงผู้เสียหายนั้น ไชยามพวาน กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “พูดลำบาก เพราะรักทั้งทีมงาน และรักทั้งพรรค” โดยผู้สื่อข่าวสังเกตว่า ไชยามพวาน ได้มีอาการน้ำตาคลอเบ้า และนิ่งเงียบอยู่หลายนาที โดยบางจังหวะได้มีการหันหลังเพื่อไปเช็ดน้ำตา 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่