พรรคพลังปวงชนไทย
เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน

“ณัฐชา” อภิปราย-เปิดแชตอ้าง ขรก.เรียกเงินผู้รับเหมา “ทุจริตพาราซอยล์”

วันนี้ (15 ก.พ.2566) นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นอภิปรายทั่วไปมาตรา 152 เกี่ยวกับโครงการนำยางพารามาทำถนน หรือ ถนนพาราซอยล์ ระบุว่า หลังมีโครงการราคายางไม่ได้ดีขึ้น แต่ยอดเงินในกระเป๋าข้าราชการระดับสูงกลับเพิ่มขึ้น

นายณัฐชาอภิปรายว่า ในโครงการนี้พบว่า ในบางพื้นที่มีการผูกขาดสารผสมน้ำยางทำถนน 3 เจ้าที่ได้รับอนุญาตเกี่ยวข้องกันทั้งหมด โดยตัวละครในเรื่องนี้ ได้แก่ นาง พ. รองปลัดเทศบาลแห่งหนึ่ง มีสามีเป็นบริษัทตัวแทนค้าสารน้ำยาที่จะใช้ผสมน้ำยาง และมี น.ส. ป.เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างถนนพาราซอยล์

นาง พ.และนาย ช.ได้เสนองานให้ น.ส.ป. โดยระบุว่า จะได้งานสร้างถนนพาราซอยล์ 55 โครงการ มูลค่า 394 ล้านบาท แต่ต้องจ่ายค่าน้ำร้อนน้ำชา 15 % ของมูลค่าโครงการ โดย 5 % เป็นค่าดำเนินงาน ส่วนอีก 10 % ส่งให้ “นาย”

นายณัฐชาอภิปรายต่อ โดยเปิดเผยไลน์บันทึกบทสนทนา อ้างว่าเป็นการพูดคุยกันระหว่างอธิบดีคนหนึ่งในสมัยนั้น โดยใช้ชื่อย่อว่า “อ.” กับ นาง พ.

ขณะเดียวกัน นายณัฐชาอภิปรายว่า นาง พ.ได้ส่งเอกสารราชการภายในไปถึงหนึ่งในผู้รับเหมา เพื่อเรียกรับผลประโยชน์ พร้อมเปิดไลน์เป็นหลักฐานกลางสภาฯ โดยในจำนวนนั้นเป็นหลักฐานโอนเงินเข้าบัญชี นาง พ.ด้วย

หลังจากเรื่องเริ่มแดง นายณัฐชาอภิปรายต่อว่า การยางแห่งประเทศไทยได้เพิ่มผู้ประกอบการสารผสมยาง ทำให้มีผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้แก๊งผูกขาดวงแตก เบี้ยวเงินผู้รับเหมา ก่อนที่อธิบดีคนหนึ่งจะโทรศัพท์ไปเคลียร์กับผู้รับเหมาอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม มีการตรวจสอบเป็นการภายในกระทรวง โดยผลการสอบสวน ระบุว่า นาง พ.ผิดวินัยร้ายแรง แต่นาย อ.นั้นไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีความผิด ซึ่ง นาง พ.ปัจจุบันได้รับการลงโทษอย่างหนัก จากรองปลัดเทศบาลกลายเป็นปลัดเทศบาล ส่วนรองอธิบดีที่ลงนามหนังสือให้ผู้รับเหมาในขณะนั้น ได้เป็นอธิบดีในปัจจุบัน ส่วนอธิบดีที่มีหลักฐานไลน์ ปัจจุบันได้รับการลงโทษให้เป็นข้าราชการระดับสูงในกระทรวง

นายณัฐชาอภิปรายในตอนท้ายว่า แม้รัฐบาลจะบอกว่ามาปราบโกง แต่เป็นการบริหารจัดการบุคลากร ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการไปจนถึงระดับเจ้ากรมในยุค 3 ป.กลับลงโทษเช่นนี้

ทั้งนี้ จึงต้องการตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่า รู้เห็นกับการทุจริตครั้งนี้หรือไม่ รัฐมนตรีทราบหลักฐานทั้งหมดแล้วหรือไม่ กระบวนการลงโทษทางวินัย มีแต่เลื่อนตำแหน่งขึ้นใช่หรือไม่ และคนมีประวัติด่างพร้อย สมควรเป็นข้าราชการต่อไปหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้มีกระบวนการนำคนผิดมาลงโทษ หรือปลดผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตต่อไป

 

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่


This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More