พรรคพลังปวงชนไทย
เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน

Voice Politics : ‘สมศักดิ์ เทพสุทิน’ จับ ‘ดิน ฟ้า อากาศ’ อ่านสมการ ‘รัฐบาลใหม่’

“คนขับเครื่องบิน ก็เหมือนกรรมการยุทธศาสตร์ที่เขาคิดแนวนโยบายออกมาแล้ว นั่งอยู่เครื่องบินเดียวกันจะไปแย่งเขาขับเครื่องบินก็ไม่ถูก มันก็ต้องไปด้วยกันให้ถึงฝั่ง”

‘สมศักดิ์ เทพสุทิน’ อดีต รมว.ยุติธรรม ในวัย 68 ปี เป็นนักการเมือง มากประสบการณ์คนหนึ่งในตำนานการเมืองไทย บอกผ่าน #VoicePolitic ภายใต้สถานะสมาชิกพรรค ‘เพื่อไทย’ คิดใหญ่ ทำเป็น หลังจากก่อนนี้เขาโบกมืออำลา พรรคลุง ‘พลังประชารัฐ’ พร้อมยกคณะเข้ามาเสริมแกร่งให้กับ ‘เพื่อไทย’

‘สมศักดิ์’ ถูกบันทึกในหน้าการเมืองไทย ระดับเบอร์ต้นๆนักการเมืองไทย เพราะเขาผ่านกาารเป็นผู้แทนราษฎร จ.สุโขทัย สมัยแรกตั้งแต่ปี 2526 สังกัดพรรคกิจสังคม ผ่านการเป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง ไล่ตั้งแต่ รมว.สาธารณสุข รมช.คมนาคม รมว.อุตสาหกรรม รมว.เกษตรและสหกรณ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา รมว.แรงงาน และล่าสุด เก้าอี้ รมว.ยุติธรรม

ปี 2544 ‘สมศักดิ์’ เข้าสังกัดพรรคไทยรักไทย ถูกขนานนามจากสื่อเป็นหัวหน้ากลุ่มวังน้ำยม กระทั่งถูกตัดสิทธิทางการเมือง จากคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักไทยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญที่มาจากการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549

‘สมศักดิ์’ ถอยตัวเองไปอยู่หลังฉากทางการเมือง ให้ภริยาลงเล่นการเมือง นำพรรคมัชฌิมาธิปไตย แต่แล้วพรรคมัชฌิมาธิปไตยก็ถูกยุบพรรค ‘สมศักดิ์’ แกนนำกลุ่มมัชฌิมาในขณะนั้น ต้องย้ายมาอยู่กับ ‘ภูมิใจไทย’

สถานะของ ‘สมศักดิ์’ ยังคงอยู่หลังฉาก การเลือกตั้งปี 2554 เป็นครั้งหนึ่งที่กลุ่มการเมืองของ ‘สมศักดิ์’ ไม่ได้เป็นรัฐบาล เพราะ ส.ส.ในสังกัดที่อยู่ ‘ภูมิใจไทจ’ ต้องตกสถานะเป็นฝ่ายค้าน

กระทั่งปี 2557 ‘สมศักดิ์’ พร้อม ส.ส.ในสังกัดหวนคืน ‘เพื่อไทย’ แต่ด้วยสถานการณ์การเมืองจากการรัฐประหาร ปี 2557 ทำให้ ‘สมศักดิ์’ ในฐานะแกนนำกลุ่มสามมิตร ต้องออกจาก ‘เพื่อไทย’ มาอยู่กับ ‘พลังประชารัฐ’ ในการเลือกตั้งปี2562

ขณะเดียวกัน ‘สมศักดิ์’ ยังใช้เวลาช่วงเว้นวรรคการเมือง ปลุกปั้น สโมสรฟุตบอลสุโขทัยเอฟซี จนสามารถขึ้นมาผงาดในไทยลีก สูงสุดได้

สมศักดิ์ เทพสุทิน VoicePolitics IMG_3673.jpeg

ศึกเลือกตั้วทั่วไป 14 พ.ค. 2566 ผ่านพ้น ผลเลือกตั้งออกมา ปรากฎว่า สมการการตั้งรัฐบาลใหม่ เปลี่ยนแกนไปที่ ‘ก้าวไกล’ ที่มี ส.ส. 152 เสียง ชนิดหักปากกาเซียน เพราะคอการเมืองต่างคาดหมายว่า ‘เพื่อไทย’ จะเข้าเป้าชนะเลือกตั้งในครั้งนี้เหมือนทุกครั้ง

ทว่า ‘สมศักดิ์’ ที่กลับมาอยู่ ‘เพื่อไทย’ อีกครั้ง ยังคงนำทัพ ‘เพื่อไทย’ กวาด ส.ส.สุโขทัย ได้ยกจังหวัดทั้ง 4 เขตแบบไม่พลาดเป้า

ด้วยผลเลือกตั้งที่ ‘เพื่อไทย’ ได้ ส.ส.รวม 141 ที่นั่ง แม้ไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาลที่กำลังฟอร์มเสียง ส.ส. 313 เสียงเพื่อตั้งนายกฯ คนใหม่ ยังคงต้องลุ้นระทึกว่าจะฝ่าด่าน 250 ส.ว.ได้หรือไม่

‘สมศักดิ์’ อ่านสมการเลือกตั้ง ภายใต้คณิตศาสตร์การเมืองที่ 250 ส.ว.มาเป็นตัวแปร เขายังคงเชื่อมั่นและดูสภาพทิศทางการเมือง ดิน ฟ้า อากาศ 

และยังคงอ่านการเมืองขาดว่า ‘เพื่อไทย’ ยังไงก็ได้เป็นรัฐบาล หลังเสร็จสิ้นการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.อย่างเป็นทางการ

สมศักดิ์ เทพสุทิน  VoicePolitics _logo_039.jpgสมศักดิ์ เทพสุทิน  VoicePolitics _logo_045.jpg

สมศักดิ์ เทพสุทิน  VoicePolitics สุโขทัย _logo_033.jpgสมศักดิ์ เพื่อไทย สุธรรม ภูมิธรรม _4080.jpeg

‘สมศักดิ์’ เริ่มต้นบอกว่า บริบทการเมืองปี 2566 ต่างจากปี 2562 ที่ครั้งนั้น พรรคพลังประชารัฐได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพราะคนยังคิดอยู่ในเรื่องของอำนาจในเรื่องของความแตกแยก ในช่วงนั้น คนต้องการความสงบ เลือกเพราะความสงบ แต่พอได้ความสงบมาต่ออีก 4 ปี คนบอกเป็นทุกข์เรื่องเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่ายความเป็นอยู่ของผู้คนของครอบครัว คนเริ่มคิดมีเวลาแล้ว ก็จะคิดออกว่าสิ่งที่ตัวเองยังขาดอะไร 

“แต่ถ้ายังครุ่นคิดอยู่ในภาวะสงคราม คนก็จะคิดแค่จะเอาตัวรอดอย่างไร จะอดอยากบ้างไม่เป็นไร แต่ต้องการความปลอดภัย ทีนี้เราผ่านพ้นวิกฤตการณ์ไปแล้ว ก็มาคิดถึงความสุขสบาย มันก็ต้องเป็นเพื่อไทย”

สมศักดิ์ เทพสุทิน VoicePolitics IMG_3964.jpeg

อดีต รมว.ยุติธรรม บอกว่าการหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ต้องจบด้วยแลนด์สไดล์

“วันนี้เราต้องเป็นรัฐบาล สิ่งที่พูดจะทำได้ แต่ถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาลสิ่งที่พูดมาเขียนมาทั้งหมดทำไม่ได้ ทำไงถึงเป็นรัฐบาลต้องเลือกอย่างไร มันจบด้วยว่าต้องแลนด์สไลด์”

ยิ่งในช่วงโหมดหาเสียงเลือกตั้ง ‘สมศักดิ์’ ถึงขั้นกางคณิตศาสตร์การเมือง สอนประชาชนที่มาฟังการปราศรัยหน้าเวที ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องเลือกอย่างมียุทธศาสตร์ เพื่อเอาชนะ 250 ส.ว. เนื่องจากการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ต้องใช้เสียงของ ส.ส.และ ส.ว.ในสองสภา และต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง 376 เสียง

“ผมไปก็ทำคณิตศาสตร์ เกี่ยวข้องกับการเลือกนายกรัฐมนตรี คณิตศาสตร์เลือกนายกฯ ต้องเป็นประชุมร่วมรัฐสภา ต้องมี ส.ส. และ ส.ว. มาประชุมร่วมกัน ต้องคะแนนเสียงกึ่งหนึ่ง จะต้องเป็นผู้แทนทั้งหมด หรือเป็นผู้แทน (ส.ส.) หรือมี ส.ว.บางส่วนช่วยก็ได้ แต่ก็ยังสู้ดีนะ ที่ได้ยิน ส.ว.หลายท่านที่เป็นสายอิสระ ผมเข้าใจว่ามีมากว่า 5ท่านที่บอกว่าพรรคไหนรวมเสียงได้มาก ก็จะช่วยบ้านเมืองเพื่อให้เดินได้ ส.ว.ก็รับผิดชอบประเทศเหมือนกัน ผมก็ต้องขอบคุณว่า ถ้าเราไม่แลนด์สไลด์ 376 จริงๆ ก็ยังมีตัวช่วยอยู่ส่วนหนึ่ง”

“ถ้าขั้วไหนรวมได้ 250 ก็จะสนับสนุนขั้วนั้น กลุ่มนี้เข้าใจว่ามีไม่น้อยกว่า 50คน ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้กำลังใจของเพื่อไทยดีขึ้น รัฐบาลเวลาบริหารจริงต้องมี 250เสียงขึ้นไป ฝ่ายที่จะตั้งแข่งก็ตั้งได้ แต่จะโกลาหล แต่ถ้าไม่ได้ยินเสียงสื่อหรือเสียงอากาศหรือได้ยินเสียงอากาศ ลองตั้งไปก็ไม่สนุกหรอก อยู่ได้ไม่นาน เวลาโหวตเรื่องสำคัญก็จะแพ้ จะแพ้สื่อ”

สมศักดิ์ เทพสุทิน VoicePolitics IMG_3968.jpeg

‘สมศักดิ์’ เชื่อมั่นว่า แม้ ‘เพื่อไทย’จะได้ เสียง ส.ส.มาเป็นอันดับที่ 2 แต่เขาก็ยังมั่นใจว่า ‘เพื่อไทย’ ได้เป็นรัฐบาล

“ผมก็บอกแล้วไง ผมอยู่ตรงไหนก็มั่นใจได้เป็นรัฐบาล แต่วันนี้ต้องยืนยันว่าการเมืองรัฐธรรมนูญเขาเป็นประชาธิปไตยแล้ว ก็ควรกลับมาเข้าที่เข้าทางของเราของการเมือง ผมเป็นผู้แทนราษฎร ก็ไม่อยากให้ตัวผมเสื่อม ผมก็ต้องดูที่ว่าตรงไหนที่มีความหนาแน่นของทีม ก็ไปลงที่ดินฟ้าอากาศที่เคยพูด เหมาะแล้ว เหมาะที่สุด”

“การเป็นรัฐมนตรีโก้ๆ นี่ มันอยู่ตรงไหนก็เป็นได้ แต่ว่าถ้ามันขาดทีมที่เข้าใจปัญหาแล้วมุ่งเป้าแก้ปัญหาในระบอบประชาธิปไตย มันแก้ยากมาก ทีนี้เมื่อเรามองเห็นว่าพรรคเพื่อไทย มีทีมที่ดี และตัดสินใจมาลงเพื่อไทย เพราะว่า ทีมดี เขาคิดไว้ นโยบายที่เขาคิด เราเข้าไปไม่ต้องคิดมาก เข้าสู่การปฏิบัติ แล้วก็ช่วยกันอย่างเต็มที่ มันก็เป็นทีมพี่ๆ น้องๆ รู้จักกัน ก็ให้เกียรติกัน”

“ไปนั่งบนเครื่องบินแล้ว เราไม่ควรคิดขับเครื่องบิน เรานั่งไป ยังไงก็ไปถึงปลายทางอยู่แล้ว เราให้ความร่วมมือกับระบบการบินเขา ให้เป็นทิศทางเดียวกับเขา อย่าไปสร้างปัญหาไปเมา ไปโวยวายบนเครื่องบิน มันก็เป็นปัญหา การเมืองเหมือนกัน พรรคการเมือง และ ส.ส.เหมือนกัน ก็เลยคิดว่า โอกาสของประชาธิปไตยเต็มใบกำลังจะมาถึง เพราะถ้าประชาธิปไตยไม่เต็มใบแล้วก็เหมือนประคองอยู่แค่ในกรุงเทพฯ ยังไม่ได้สะท้อนภาพถึงชนบท แต่ถ้าประชาธิปไตยดีแล้ว ปัญหาทั้งหลายของนักการเมืองที่อยากแก้ ก็จะได้ร่วมคิด ร่วมทำร่วมแก้ไขปัญหา”

สมศักดิ์ เทพสุทิน  VoicePolitics _logo_031.jpgสมศักดิ์ เทพสุทิน_  VoicePolitics logo_037.jpg

‘สมศักดิ์’ บอกถึงการย้ายมาอยู่พรรคเพื่อไทยอีกครั้งว่า “เราจะไม่ทะเลาะกับใคร เราจะไปด้วยเหตุและผล เราจะไม่แก่งแย่ง ทำให้องค์กรมันมีปัญหา ต้องไปช่วยคิด ช่วยทำคนขับเครื่องบิน ก็เหมือนกรรมการยุทธศาสตร์ที่เขาคิดแนวนโยบายออกมาแล้ว นั่งอยู่เครื่องบินเดียวกันจะไปแย่งเขาขับเครื่องบินก็ไม่ถูก มันก็ต้องไปด้วยกันให้ถึงฝั่ง นโยบายพรรคเพื่อไทยกำหนดมาไม่ง่าย ทำยาก ท้าทายดี เป็นการเปลี่ยนเศรษฐกิจของประเทศ ยกระดับอัพเกรดของประเทศ”

สมศักดิ์ มองด้วยว่าไม่ว่ารัฐบาลใหม่จะอยู่ภายใต้การนำของพรรคการเมืองใด ในเวลา 4 ปีนับจากนี้ไปจะไม่ใช่เวลาพักผ่อนของผู้บริหารประเทศอย่างแน่นอน

สมศักดิ์ เทพสุทิน  VoicePolitics _logo_026.jpg

สมศักดิ์ เทพสุทิน VoicePolitics IMG_3961.jpeg

เมื่อถึงสถานะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่ได้ ส.ส.ไม่ถึงเป้าที่วางไว้ โดย ‘สมศักดิ์’ ระบุว่า “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เข้าสภาฯ อยู่แล้ว ผมว่าเขาฉลาดนะ ฉลาดเพราะว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ มีแคนดิเดตนายกฯ นั่งอยู่ด้านนอกสภาฯ ถ้าหากว่าพรรคคิดแข่งสู้นายกฯ แล้วสู้ไม่ได้ เขาอาจจะบายหลังลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว ลูกพรรคก็มีโอกาสเป็นรัฐบาล มันขึ้นอยู่กับการคุยกัน”

“แต่ผมว่าไม่ได้หมายความว่าจะไปร่วมรัฐบาลกับรวมไทยสร้างชาติหรือพลังประชารัฐ ไม่ได้หมายความงั้น แต่เรามองในฐานะคนนอก”

ถามถึงกรณีแคนดิเดตนายกฯ 2 คนของพรรคเพื่อไทย ประกาศไม่จับมือตั้งรัฐบาลกับพรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคพลังประชารัฐ ‘สมศักดิ์’ ตอบว่า “ผมไม่ทราบหรอก เพราะมติพรรคว่าไว้ก่อนแล้ว ผมไม่ทราบ ผมพูดแนวการเมือง ถ้าให้เป็นนักวิเคราะห์บ้าง ก็จะเป็นอย่างนั้น แต่ว่าจะจับมือไม่จับมือไม่ทราบ แต่ได้ยินท่านแคนดิเดตนายกฯก็ประกาศเช่นนั้น เป็นความตั้งใจหรือมติกรรมการบริหารพรรคแล้วก็ต้องเป็นอย่างนั้น”

แม้ผลการเลือกตั้งจะออกมาว่า พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. 141 ที่นั่ง พรรคก้าวไกลได้ 152 ที่นั่ง รวมกับอีก 6 พรรคการเมือง จัดตั้งพรรคร่วมรัฐบาลก้าวไกล 313 เสียง ซึ่ง ‘สมศักดิ์’ ยังเชื่อว่า สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้และไม่มีอุปสรรคปัญหา

“ผมพูดเล่นๆ กับเพื่อนๆ เศรษฐกิจจะดีเมื่อเกิดสงคราม พูดเล่นนะ เพราะประเทศอื่นเวลาเกิดสงครามจะจนหมด อาหารการกินไม่มีต้องมาซื้อเรา เราจะรู้ตัวเอง แต่ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติคนอื่นรวยหมด แต่เราก็อยู่ที่เดิม”

สมศักดิ์ เทพสุทิน สุโขทัยเอฟซี สุโขทัย  VoicePolitics _logo_012.jpgสมศักดิ์ เทพสุทิน  VoicePolitics สุโขทัยเอฟซี logo_014.jpgสมศักดิ์ เทพสุทิน  อนงค์วรรณ สุโขทัยเอฟซี  VoicePolitics _logo_016.jpg

สมศักดิ์ เทพสุทิน VoicePolitics IMG_3965.jpeg

ในฐานะที่เคยนั่งประธานสโมสรฟุตบอลสุโขทัยเอฟซี และปัจจุบัน มี ‘อนงค์วรรณ เทพสุทิน’ เป็นประธานสโมสร ซึ่ง ‘สมศักดิ์’ บอกว่า ฟุตบอลมีความยากกว่าการทำงานการเมือง

“ผมดูผู้เล่นเอามาฝึกคนมันก็ไม่เก่งสักที ใช่ไหม ผมสังเกตดูตัวเอง ถ้าเราไม่มีจินตนาการในฟุตบอล มันจะทำไม่ได้ ไม่เก่ง มันต้องมีจินตนาการ ใช้จินตนาการมาฝึกเป็นความชำนาญ แต่การเมืองนี่ตรงไปตรงมานะครับ ทุกคนอยากทั้งนั้น แต่ว่ามีเหตุมีผลหรือเปล่าที่จะประสบความสำเร็จ การเมืองตรงไปตรงมา ฟุตบอลไม่ค่อยตรงไปตรงมา”

“การเมืองต้องจริงใจ ฟุตบอลต้องฝึกให้ชิน แล้วต้องจินตนาการ ถ้าไม่มีจินตนาการมันก็ทำได้แต่ลูกนิ่ง แต่ลูกเคลื่อนทำไม่ได้ บางคนเตะทีไรก็โด่งทุกที ไม่เข้าประตู”

“เวลาเห็นปัญหาอย่าหนีการเมือง เข้าไปเจอปัญหาเลย แต่บางอย่างเข้าไปเร็วนักก็ไม่ได้ เขากำลังจะฆ่ากันอยู่ เราเข้าไประหว่างกลาง เราเจอลูกหลง มันต้องอะไรเร็วอะไรช้า” สมศักดิ์ บอกผ่าน ‘Voice Politics’

สมศักดิ์ เทพสุทิน VoicePolitics IMG_3963.jpeg

ภาพ – ปฏิภัทร จันทร์ทอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่


This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More