พรรคพลังปวงชนไทย
เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน

จับกระแสการเมือง : วันที่ 27 มิ.ย.2566 “ฝ่ากระแสคลื่นกลางดีลลับ”

คอลัมน์ : จับกระแสการเมือง ประจำวันพุธที่ 27 มิ.ย.2566 ไทยพีบีเอสออนไลน์ รวบรวมทุกความเคลื่อนไหวทางการเมือง 

เราคือผู้แทนราษฎร เรามาจากประชาชน

ข้อความบนเสื้อยืดสีขาว สวมทับด้วยสูทที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พาลูกทีม 149 ส.ส.เดินเข้าสู่สภา เพื่อรายงานตัวเป็น ส.ส.อย่างเป็นทางการ

เขาตอบคำถามสื่อว่า ข้อความบนเสื้อตัวนี้ เป็นข้อความเดิมตั้งแต่ตอนที่ยังเป็น ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เพราะเป็น ส.ส.ที่มาจากประชาชน ส่วนที่เลือกวันที่ 27 มิ.ย.นี้เพราะเป็นวันที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ คือวันที่ 27 มิ.ย. 2475 มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศ

การนำทัพเข้าสภาครั้งนี้ “พิธา” ยังตอบคำถามสื่อหลายประเด็น เป็นครั้งแรกหลังจากหายป่วยโควิด-19 โดยเฉพาะเรื่องการของแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งกลายเป็นปมที่ถูกร้องเรียน โดยยืนยันว่าเป็นการแก้ไข ไม่ใช่การยกเลิก พร้อมทั้งมั่นใจว่าว่าการแก้ไขมาตรา 112 น่าจะเป็นทางออกให้กับสังคมไทย เพราะที่ผ่านมามีการใช้มาตรา 112 เป็นเครื่องมือทางการเมืองไม่เป็นผลดีกับสถาบันใดพร้อมทั้งตบท้ายว่ายังมั่นใจว่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี

พยายามทลายกำแพง สร้างความเข้าใจกันระหว่าง 2 สภา ซึ่งมีความคืบหน้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าวุฒิสภาทุกคน ไม่ได้มีโอกาสพูดกับสื่อทุกคน ไม่ว่าจะฝั่งที่เห็นด้วยที่จะโหวตเลือกให้ ผมเป็นนายกฯและฝั่งตรงกันข้ามที่ไม่บอกความคิดออกมา ซึ่งยังรอเวลาอยู่ แต่เพียงพอที่โหวตให้เป็นนายกฯ

การตอบคำถามกับสื่อมวลชนครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกหลังการเข้ารายงานตัวเป็นส.ส.ป้ายแดงหลังการเลือกตั้งเมื่อ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา

จากนั้นนายพิธา นำทัพ ส.ส.ก้าวไกล จำนวนหนึ่ง ปราศรัยบนรถแห่ ขอบคุณพี่น้องประชาชน จ.สมุทรสงคราม หลังจากช่วงเข้ารายงานตัว ส.ส.ที่สภา โดยบรรยากาศประชาชนชาว จ.สมุทรสงคราม ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมนำของฝากมามอบให้มากมาย โดยเฉพาะ ปลาทูแม่กลอง ซึ่งถือเป็นตัวแทนชาว จ.สมุทรสงคราม

เพื่อไทยขอเก้าอี้ประธานสภาฯ-ประวิตร ปัดดีลลับ

ขณะที่คณะเจรจาของทั้ง 2 พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ยังไม่ได้ข้อยุติเก้าอี้ประธานสภา แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทย กลับมีมติหลังประชุมกรรมการบริหารพรรค โดยขอครองเก้าอี้ “ประธานสภา” เพียงตำแหน่งเดียว

ท่ามกลางกระแสข่าวดีลลับ หลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เดินทางกลับจากประเทศอังกฤษ ซึ่งวันนี้สวมผ้าไหมไทยสีเขียว เข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมปฏิเสธว่า ไม่ได้พบกับ นายทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้เจอกัน 18 ปีแล้ว และไม่เคยพูดคุยกัน

ขณะที่ฟากฝั่ง สว.นำโดย นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา และนายสมชาย แสวงการ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค

2 แรงแขงขันตอบคำถามเรื่องการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีว่า จะยึดมาตราฐานเดิมไม่ได้ เพราะสถานการณ์แตกต่างกันสิ่งที่ต้องพิจารณาก็คือคุณสมบัติ ความเหมาะสมตามข้อเท็จจริง ซึ่งยืนยันมาตลอดว่า หากมีความพยายามแก้ไขมาตรา 112 ก็ไม่เหมือนกับปี 62 เพราะตอนนั้นไม่มีพรรคไหนมีพฤติกรรมที่จะแก้ไขมาตรา 112

ส่วนกรณีนายพิธา มั่นใจว่าจะมีเสียง ส.ว.สนับสนุนมากพอให้เป็นนายกรัฐมนตรี นายเสรี ยิ้มพร้อมตอบว่า

ถ้ามากพอก็เป็นไปเลย เพราะปรากฏอยู่ในข่าวว่ามี ส.ว.17 คนสนับสนุนนายพิธา แต่หลายคนออกมาปฏิเสธ วาถูกอ้างชื่อ เช่น นายตวง อันทะไชย นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ พญ. คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์

พร้อมย้ำว่า เสียงสนับสนุนจาก ส.ว.ไม่เพียงพอ ที่จะส่งนายพิธาให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ดูจากการแสดงออกที่ชัดเจนได้ไม่เกิน 5 เสียง และให้ส.ส.ไปตกลงกันให้สบายใจ รวบรวมเสียงให้ได้ ส.ว.จะพิจารณาบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

“พิธา” นำลูกพรรค 149 ส.ส.ก้าวไกลนำลูกทีมเข้าสภา

“หมอชลน่าน” ชี้ได้ข้อยุติ ปธ.สภาฯ ก่อนโหวต 4 ก.ค. มั่นใจจบด้วยดี

เลขาสภาฯ แจงลดยอด ส.ส.เหลือ 499 คน เหตุ “ณธีภัสร์” ต้องคดีเมาแล้วขับถึงที่สุด

 

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More