พรรคพลังปวงชนไทย
เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน

จับกระแสการเมือง : วันที่ 25 ก.ค. 2566 พท.-กก. “วงแตก” แยกถอยก่อนถึงทางตัน

วงแตกหรือไม่ ไม่มีใครตอบได้ ยกเว้น “ทีมเจรจา” ของ 2 พรรค คือ ก้าวไกลและเพื่อไทย หากยังประลองกำลังอยู่เช่นนี้ คงต้องยื้อกันอีกยาว เพราะมวลชนของแต่ละฝ่ายไม่ว่าจะเป็นด้อมส้ม-แดง ต่างขยี้กันสุดฤทธิ์ ทั้งในโลกออนไลน์และออนกราวน์ แรงดีไม่มีแผ่ว
ใครไม่ถอย

แต่ล่าสุดนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา สั่งถอยก่อนโดยให้งดประชุมวิป 3 ฝ่ายพรุ่งนี้ (26 ก.ค.) และสั่งงดประชุมโหวตนายกฯ 27 ก.ค. เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งข้อกฎหมายและรอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาก่อน

ขณะที่รอคำวินิจฉัยในประเด็นในปมรัฐสภาใช้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่ 41 ไม่ให้เสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชิงตำแหน่งนายกฯซ้ำ ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งมาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถไปตีความ หรือตรวจสอบข้อบังคับของรัฐสภาได้ เพราะถือเป็นเรื่องภายในของรัฐสภา และ พ.ร.บ.ประกอบ รธน. ว่าด้วยการพิจารณาของศาล รธน. ก็ไม่ได้ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องลักษณะนี้มาพิจารณา

มติของที่ประชุมรัฐสภาวันนั้นจึงเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมและถูกต้องตาม รธน. ส่วนที่ชงให้ศาล รธน. มีคำสั่งเลื่อนโหวตนายกฯ รอบ 3 ออกไปก่อนจนกว่าศาลจะวินิจฉัยไม่สามารถกระทำได้ ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีอำนาจบังคับสถาบันรัฐสภา วุฒิสภา หรือสภาผู้แทนราษฎร เพราะถือเป็นสถาบันของชาติ และถือเป็นการกระทำที่เกินขอบเขต

มีการตั้งคำถามจากหลายฝ่ายว่า หากเพื่อไทย พรรคอันดับ 2 ที่รับไม้ต่อจากก้าวไกลพรรคอัน 1 จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ จะทำให้พรรคอันดับ 3 ภูมิใจไทยใช้สิทธิ์ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือไม่ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บอกว่า คำตอบยังเหมือนเดิม ตอนนี้ภูมิใจไทยยังไม่ได้เป็นแกนนำใดๆ และแกนนำตั้งรัฐบาลคือพรรคเพื่อไทย และถ้าถามว่าพรรคภูมิใจไทยต้องรออีก 10 เดือน ก็ไม่มีเหตุอะไรที่ต้องรอ

เราต้องส่งกำลังใจให้กับผู้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หรือ พรรคเพื่อไทย หากส่วนไหนที่เราสามารถพูดคุยกันได้ ช่วยเหลือกันได้ก็มาคุยกัน และยังไม่มีการพูดคุยอะไรกับพรรคเพื่อไทยเพิ่มเติม เขาคงจะต้องไปพูดคุยกับกลุ่มพวกเขาเองก่อน

ด้านกูรูการเมือง “ตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน มองบรรยากาศการเมือง ไทยในขณะนี้ว่า คำสัญญาที่พรรคก้าวไกลและเพื่อไทยให้ไว้กับประชาชนที่สนับสนุนทั้งสองฝ่ายที่ระบุว่า “ไม่เอาลุง -ไม่ร่วมกลุ่มอำนาจเก่า” คือ เงื่อนตายสำคัญ หากพรรคเพื่อไทยจะตีจากหรือสลัดทิ้งพรรคก้าวไกลก็จะได้รับผลกระทบสูงมาก

หากเพื่อไทยบอกเลิกก้าวไกล ในความรู้สึกของประชาชน หรือมวลชนของเพื่อไทย อาจถูกมองว่าตระบัดสัตย์ เชื่อว่าเพื่อไทยคงกังวลมวลชนที่สนับสนุนตัวเอง ต้องไม่ลืมว่าด้อมส้มจำนวนมาก ก็มาจากคนเสื้อแดง ยกเว้นบางคนที่เป็นติ่งชั้นในที่ทำงานให้พรรคฯ แต่เชื่อว่าคนเสื้อแดงที่สู้มาด้วยกันไม่มีใครรับได้

แกนนำคณะหลอมรวมประชาชนบอกว่า สัญญาณการชุมนุมของประชาชนในวันฝนตกหนักเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นการส่งสารที่ชัดสุด หากพรรคเพื่อไทยตัดสินใจข้ามขั้วมาร่วมกับอีกฝั่งจะมีมวลชนออกมาเต็มถนน ไม่ต่างจากเหตุการณ์นิรโทษกรรมสุดซอยที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

และทางออกในการแก้ไขปัญหา คือ ทุกฝ่ายต้องถอย และมาหาจุดร่วมว่าทำอย่างไรจะไม่ให้เกิดผลกระทบหรือทำความเสียหายให้ประเทศและประชาชน ต้องป้องกันไม่ให้มวลชนของ 2 ฝ่ายเกิดการปะทะ เพราะนั่นหมายถึงจะทำให้วงจรเก่ากลับมา หากเป็นไปได้ก็ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนอีกรอบ 

หากเจรจากันไม่ลงตัว สุดท้ายต่างฝ่ายก็ต้องย้ายแยก ถอยออกมาตั้งหลัก

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More