พรรคพลังปวงชนไทย
เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน

“ปิยบุตร” จี้ก้าวไกลประกาศจุดยืนเป็นฝ่ายค้าน ชี้วันนี้ “แพ้” วันหน้า “ชนะ”

วันนี้ (10 ส.ค.2566) นายปิยบุตร แสงกนกกุล โพสต์เฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul -Piyabutr Saengkanokkul ระบุว่า สถานการณ์ชัดเจนขนาดนี้ ทำไมพรรคก้าวไกลยังไม่ประกาศจุดยืนเป็น “ฝ่ายค้าน” อย่างทระนงองอาจ

พรรคก้าวไกลได้รับเลือกตั้ง 14.4 ล้านเสียงมี ส.ส.151 คนมาเป็นลำดับที่หนึ่ง พรรคก้าวไกล จึงต้องทำหน้าที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเสนอให้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามอาณัติที่ประชาชนมอบหมายผ่านการเลือกตั้ง

คณะแกนนำของพรรคก้าวไกล ได้ทำหน้าที่นี้อย่างสุดความสามารถ รวบรวมเสียงได้ 312 เสียง แต่ด้วยความผิดปกติของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ให้วุฒิสภาเลือกนายกรัฐมนตรี กระบวนการนิติสงคราม และการสมคบร่วมมือกันของชนชั้นนำทางการเมืองและเศรษฐกิจในระบบทั้งหมด ทำให้ พรรคก้าวไกลกลายเป็น “แกะดำ” ไม่สามารถเป็นแกนนำหรือร่วมรัฐบาลได้

พูดง่ายๆก็คือ หากรัฐบาลหน้ามีพรรคก้าวไกล ย่อมไม่มีวันได้ “ใบอนุญาต” จัดตั้งรัฐบาล เสียงซุบซิบ ข้อความในการเจรจาในที่ลับ (ที่ไม่เคยเอามาบอกสาธารณชนในที่แจ้ง) สัญญาณและการแสดงออกของทุกพรรคการเมือง และ ส.ว.หลายคน ทั้งหมดนี้ เป็นประจักษ์พยานอย่างชัดแจ้ง

การแสดงออกของพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคอื่นๆ ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า “ไม่มีก้าวไกล”

ประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ ทั้งฝ่ายสนับสนุนพรรคก้าวไกล และฝ่ายไม่สนับสนุนพรรคก้าวไกล ต่างก็มองออกว่า พรรคก้าวไกลโดน “รุม” จากทุกสารทิศ จนหมดหนทางได้เป็นรัฐบาลแล้ว

ประชาชนที่เลือกพรรคก้าวไกลมา หรือไม่ได้เลือกแต่อยากเห็นพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาล ต่างก็ “เข้าใจ” อย่าง “ไม่เต็มใจ” ถึงสถานการณ์นี้ และยอมรับว่าพรรคก้าวไกลได้ทำหน้าที่ของตนเองถึงที่สุด พร้อมทั้งฉีกหน้ากากของชนชั้นนำทางการเมืองและเศรษฐกิจออกมาให้ได้รู้เห็นกันหมดแล้ว

เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมพรรคก้าวไกลจึงไม่แถลงแสดงจุดยืนเสียทีว่า บัดนี้พรรคก้าวไกลต้องเป็นฝ่ายค้าน และจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างดีที่สุด ใช้เสียง 151 เสียง ใช้เสียง 14.4 ล้าน ผลักดันการทำงานในสภาตามแนวนโยบายที่หาเสียง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน

  • ไม่ต้องรับคำร้องขอ
  • ไม่ต้องรับคำเจรจา
  • ไม่ต้องหวังว่าจะมีแสงริบหรี่รำไรให้ได้กลับมาร่วมรัฐบาลอีก
  • ไม่ต้องเล่นเกม “ชักเย่อ” ชิงไหวชิงพริบกับพรรคอื่นๆ
  • ตั้งใจเดินหน้าทำงานในสภาอย่างเต็มที่
  • ไม่ต้องยุ่งกับ “เกมการเมือง” ชิงไหวชิงพริบเพื่อประโยชน์ส่วนบุคคลของใครทั้งนั้น
  • ปล่อยให้พวกเขาแย่ง “เศษเนื้อ/ชามข้าว” กันต่อไป
  • ขีดเส้นแบ่งชัดเจนระหว่าง “เก่า-ใหม่” และ “อดีต-อนาคต”
  • ต่อสู้ตามแนวทางของตนเองต่อไป
  • นำภารกิจที่ประชาชนมอบหมายเดินหน้าผลักดันตามอำนาจ โอกาส ช่องทางที่พอจะมี
  • พร้อมเผชิญหน้ากับภัยจากทุกสารทิศที่จะกระหน่ำเข้ามา
  • หนทางนี้ พรรคก้าวไกล อาจไม่เหลือใคร แต่อย่างน้อยที่สุด ยังมี
  • ประชาชนผู้ดุจดังผนังทองแดงกำแพงเหล็ก
  • พอได้แล้ว กับความคลุมเครือ
  • พอได้แล้ว กับการปล่อยให้ ส.ส.แสดงออกกันเอง โดยไม่มีมติพรรคหรือการแถลงการณ์ทางการของพรรค
  • การเล่นบท “เหยื่อ” ผู้ถูกรุมกระทำ กระตุ้นให้ประชาชนเห็นใจและเข้าใจในบางช่วงตอน แต่เมื่อเวลาผ่านไป คนจะเริ่มเบื่อ รำคาญ และรู้สึกว่าอ่อนแอ ไม่ชัด ไม่สู้ ไม่กล้าหาญ
  • กล้าที่จะยอมรับว่าสู้จนสุดทางแล้ว แต่พ่ายแพ้ในเกมนี้
  • กล้าที่จะยืนกับประชาชน และต่อสู้ต่อไปตามแนวทางของตน
  • การเมืองแบบมวลชน เริ่มต้นแล้ว และจะเด่นชัดมากขึ้น
  • ปล่อย “พวกอดีต” สู้ในเกมแบบเขาไป แล้ววันหนึ่ง พวกเขาจะถูกกวาดหมดจนตกกระดาน

เราคือ “พวกอนาคต” ต้องเคียงข้างหรือนำมวลชนไปในเกมใหม่
เป็นผู้นำของพลังแบบใหม่ในสังคมไทย วันนี้ ยังแพ้ แต่วันหน้า จะชนะ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับกระแสการเมือง : 10 ส.ค.2566 จัดตั้งรัฐบาลสลายขั้ว – ก้าวไกลNOโหวตเพื่อไทย?

“ละครการเมือง” พปชร. ตีเนียนโหวตช่วยเพื่อไทย

“ไผ่ ลิกค์” ยันพปชร.ขน 40 สส.โหวตนายกฯ เพื่อไทย

“เพื่อไทย” เดินหน้าคุยทุกฝ่าย หาเสียงเพิ่ม มั่นใจโหวตนายกฯ ม้วนเดียวจบ

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More