พรรคพลังปวงชนไทย
เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน

ชี้งบ กกต. 2565 เพิ่ม 1,065 ล้าน 'ธีระชัย' ยกบทเรียน แพ้คดีแจกใบส้มไม่รอบคอบ

‘ธีระชัย’ ยกคดีตัวอย่าง ‘สุรพล’ ฟ้องแพ่ง กกต. 65 ล้าน แจกใบส้มไม่รอบคอบ ต้องเป็นบทเรียนเหตุต้องจ่ายภาษีประชาชน ด้าน ‘อดิศร’ เสนอทบทวนวันเลือกตั้งล่วงหน้า หวั่นซื้อเสียง ฝาก 7 กกต. ให้เกียรติสภาฯ เดินทางมาชี้แจงด้วยตัวเอง

วันที่ 12 ต.ค. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 22 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) วาระรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ 2565 ในช่วงหนึ่ง ธีระชัย แสนแก้ว สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตถึงการใช้งบประมาณของ กกต. พบว่าใช้งบประมาณในปี 2565 มากกว่าปี 2564 ถึง 1,067 ล้านบาท ได้ใช้งบฯ ไปกับโครงการใดเพิ่มเติมบ้าง

ธีระชัย กล่าวต่อไปว่า กกต. มีการดำเนินคดีแพ่งการเลือกตั้ง สส. จำนวน 2 คดี ซึ่งมี 1 คดี ที่ กกต. ถูกฟ้อง ซึ่งคาดว่าเป็นกรณีของ สุรพล เกียรติไชยากร ผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เมื่อปี 2562 ซึ่งถือเป็นคดีใหญ่ระดับประวัติศาสตร์การเมืองไทย และได้สร้างความเสียหายให้กับ สุรพล ที่ชนะการเลือกตั้งไปแล้วเมื่อปี 2562 แต่ กกต. พิจารณาใช้ดุลยพินิจขาดความรอบคอบหรือไม่ เร่งสอบสวนอย่างรัดกุม และตีความกฎหมายอย่างผิดพลาด

โดยในครั้งนั้น กกต. มีมติลงโทษให้ใบส้ม สุรพล กรณีทำบุญถวายเทียนพระ 2 พันบาท ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ตัดสินประหารชีวิตทางการเมืองของ สุรพล โดยอ้างว่าเป็นความผิด พ.ร.ป.การเลือกตั้ง เรื่องการให้ทรัพย์สิน แต่ กกต. ลืมไปว่ารัฐธรรมนูญกำหนดให้พระภิกษุไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ท้ายสุด ศาลฎีกามองว่าไม่ใช่การทุจริตเลือกตั้ง ไม่เข้าข่ายจูงใจให้ประชาชนมาลงคะแนนให้

จากนั้น สุรพล ได้ดำเนินคดีแพ่งฟ้อง กกต. ให้ชำระเงิน 64 ล้านบาท ซึ่ง กกต. แพ้คดีทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ทั้งเรียกทรัพย์เพิ่มเป็น 65 ล้านบาท โดยกรณีนี้เป็นครั้งแรกที่ กกต. มีการแจกใบส้มโดยขาดความรอบคอบ แม้จะเป็น กกต. ในอดีต ไม่ใช่ชุดปัจจุบัน และทำให้พรรคเพื่อไทยไม่สามารถส่งผู้สมัครได้อีก อีกทั้ง สุรพล ได้รับเลือกจากประชาชนกลับไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตัวแทนประชาชนได้

ธีระชัย กล่าวว่า ครั้งนี้จะเป็นคดีตัวอย่างให้ กกต. ในอนาคตต่อไป พร้อมมองว่า กกต. อาจจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ และเชื่อที่เจ้าหน้าที่รายงานมา พร้อมย้ำว่า กกต. ต้องเป็นองค์กรอิสระ ไม่อยู่ภายใต้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก กกต. จะใช้งบประมาณมาชดใช้หากแพ้คดี พร้อมย้ำว่า กกต. ต้องไล่ฟ้องคดีแบบไล่เบี้ย เพราะเงินชดใช้ในคดีเป็นภาษีของประชาชน เพื่อไม่ให้งบบานปลายไปถึงปีงบประมาณอื่น

จี้ทบทวนวันเลือกตั้งล่วงหน้า หวั่นซื้อเสียง

ต่อมา อดิศร เพียงเกษ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นอภิปรายแสดงความกังวลว่าเหตุใด กกต. ทั้ง 7 ท่าน ไม่ให้เกียรติสภา อยากให้เมื่อมีการชี้แจงต่อสภาฯ จำเป็นต้องมาด้วยตนเองโดยไม่มีข้อยกเว้น โดยส่งมาเพียงเจ้าหน้าที่เป็นตัวแทนชี้แจง

Screenshot 2566-10-12 at 15.18.17.jpg

“ผมฝากการบ้านไปถึงประธาน กกต. สภาตั้งอยู่ที่เกียกกาย มาถูก มาง่าย ไม่มีอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อจะมาปรึกษาหารือเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม” อดิศร กล่าว 

อดิศร อภิปรายถึงประเด็นการเลือกตั้งล่วงหน้า กกต. ทราบหรือไม่ว่ามีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ขอบัตรประชาชนไปล่วงหน้า พร้อมเสนอให้ กกต. พิจารณาการเลือกตั้งล่วงหน้าใหม่ ต้องตรวจสอบว่ามาเลือกตั้งเพราะมีความจำเป็นจริงหรือไม่ หากมาเลือกตั้งอย่างไม่สุจริตต้องมีความผิด เพราะอาจจะส่งผลต่อคะแนนเลือกตั้ง และเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More