พรรคพลังปวงชนไทย
เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน

จับกระแสการเมือง 19 ต.ค.66 : แจกเงินดิจิทัล ช่วยประชาชน หรือ เอื้อนายทุน

จนถึงวันนี้ นโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ของรัฐบาลเศรษฐา วงเงินราว 5 แสนกว่าล้านบาท ยังคลุมเครือ ไร้ความชัดเจน ไม่มีคำยืนยันจากผู้ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย และลงมือ ปฏิบัติจริง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วหากเป็นนโยบายหาเสียงต้องมีความชัดเจนตั้งแต่วันหาเสียง แต่กลับกลายเป็นว่าเริ่มต้นนับหนึ่งหลังจากเป็นรัฐบาลแล้ว แม้เหล่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่เกี่ยวข้อง จะออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ายังคงเดินหน้านโยบายตามที่หาเสียงเสียงไว้ให้สำเร็จ

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง

โดยจะดำเนินการผ่านระบบซูเปอร์แอปฯ ในการจ่ายเงิน เป็นความร่วมมือของกระทรวงการคลังและสถาบันการเงินของรัฐ ที่เข้ามาช่วยเรื่องการพัฒนาระบบ พร้อมเติมเงื่อนไขเรื่องของรัศมีและระยะเวลาการใช้ โดยห้ามใช้ในอบายมุข ใช้ออมเงิน หรือห้ามใช้หนี้ ซึ่งเป็นกลไกมิติใหม่ในการช่วยเหลือประชาชนในการผลักดันเม็ดเงินลงสู่ระบบ และทำให้รัฐกำหนดเป้าหมายได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

สำหรับงบประมาณในการพัฒนาแอปพลิเคชันสูงถึง 12,000 ล้านบาท ตามที่มีกระแสข่าวออกมา รมช.คลัง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้ออกมาปฏิเสธเสียงดังฟังชัดแล้วว่า ไม่มีแอปพลิเคชันไหนพัฒนามาด้วยมูลค่าขนาดนี้

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

“จะทำอย่างไร – จะนำเงินมาจากไหนถ้าไม่ใช้เงินงบประมาณ และไม่กู้” คำถาม ที่จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถามแทนประชาชนเจ้าของภาษีไปยังรัฐบาล

พร้อมทั้งปฏิเสธที่จะวิพากษ์วิจารณ์ข้อสังเกตว่านโยบายดังกล่าวอาจนำไปสู่การฟอกเงินครั้งใหญ่ในระบบ ด้วยพยายามที่จะให้โอกาสรัฐบาลและให้ความเป็นธรรม เพราะไม่เคยออกมาคัดค้านให้ยกเลิก มองเป็นสิทธิ์ของรัฐบาลที่จะมีนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่รัฐบาลไม่มีสิทธิ์ที่จะนำเงินภาษีของคนทั้งประเทศทำในสิ่งที่อาจเกิดความเสียหายแก่บ้านเมืองและเกิดการทุจริตคอรัปชัน

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี

ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี พร้อมมวลชนจำนวนหนึ่ง เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ขอให้พิจารณาไต่สวนและมีความเห็นส่งศาลปกครอง เพื่อระงับโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต เพราะหากยังเดินหน้าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง จึงอยากให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องไปให้ศาลปกครองพิจารณา และ ยื่นคำขอให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา โดยสั่งให้ระงับโครงการดังกล่าวไว้จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย

ไม่ได้เป็นประโยชน์กับคนยากจน เพราะผู้ค้ารายย่อยต้องหมุนเงินทุกวัน ซึ่งจะเป็นอุปสรรคทำให้โทเคนไปกองอยู่ที่นักธุรกิจรายใหญ่ จะนำไปสู่การฟอกเงินสีเทาครั้งใหญ่

โครงการนี้ไม่ได้ช่วยคนจน แต่ช่วยคนรวยโดยเอาคนจนมาบังหน้า และสิ่งที่กระทำทั้งหมดจะนำไปสู่การขัดต่อกฎหมาย เป็นการใช้จ่ายเงินอย่างมหาศาลเพื่อหวังคะแนนนิยมทางการเมือง และการนำโทเคนมาใช้จ่ายแทนธนบัตรเสี่ยงขัดต่อ พ.ร.บ.เงินตรา 2501

ส่วนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ต่างจากโครงการจำนำข้าวอย่างไรนั้น นพ.วรงค์ กล่าวว่าทั้ง 2 โครงการ มีจุดเหมือนกันมาก โครงการรับจำนำข้าวมีงบประมาณ 94,000 ล้านบาท มีความเสียหายไม่ใช่เฉพาะช่วงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่นับไปถึงรัฐบาลนายสมัคร เสียหายเกือบ 900,000 ล้านบาท เฉพาะรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์เสียหาย 600,000 ล้านบาท

แต่โครงการดิจิทัลวอลเล็ต 560,000 ล้านบาท ซึ่งมีหน่วยงานออกมาเตือนไม่แตกต่างกับ สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีนักวิชาการ หน่วยงาน แม้แต่ IMF และ ธนาคารโลกก็ออกมาเตือน และในส่วนของรัฐบาลนายเศรษฐาก็มีนักวิชาการ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นักเศรษฐศาสตร์ แม้แต่ S&P และ Moody’s ก็ออกมาเตือนเช่นกัน

พิชัย นริพทะพันธุ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

พิชัย นริพทะพันธุ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

พิชัย นริพทะพันธุ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าอยากให้มองอนาคตภาพรวมปัญหาเศรษฐกิจของโลกที่กำลังจะแย่ และจากการเกิดปัญหาเศรษฐกิจกับจีน ที่มองว่าจะมีการถดถอย ไม่แตกต่างจากสหรัฐอเมริกาที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะส่งผลกระทบไปทั้งโลก ส่วนการสู้รบในอิสราเอล รวมถึงรัสเซียและยูเครน ก็จะทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น ดังนั้นหากมีวิสัยทัศน์ที่ไกล อีกไม่กี่เดือน จะมีปัญหาเกิดขึ้น

หากโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ออกมาในจังหวะพอดีช่วงเศรษฐกิจโลกเกิดปัญหา มองว่าจะช่วยประคองเศรษฐกิจไทยไปได้ ซึ่งอยากเห็นเศรษฐกิจไทยโตร้อยละ 5 ทั้งนี้ตามหลักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่า ถ้ามีเม็ดเงินจากข้างนอกเข้ามาจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้นบางส่วนอาจจะเป็นเงินงบประมาณเดิม บางส่วนเป็นเงินนอกงบประมาณ

สำหรับการประชุมอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต จากเดิมที่จะประชุมหาข้อสรุปรายละเอียดต่างๆ ในวันนี้ ก็ต้องเลื่อนออกไปก่อน ไปเป็นวันที่ 24 ต.ค. เนื่องจากยังมีหลายประเด็นที่คณะทำงานยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ทั้งเรื่องแหล่งเงิน ทั้งเรื่องการกำหนดกรอบกลุ่มเป้าหมาย

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง

ล่าสุดกับความเคลื่อนไหวของนายกฯนิด ที่ยังคงอยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจเดินสาย หานักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย หวังสร้างความเชื่อมั่นหลังมีการเปลี่ยนรัฐบาล และมั้นใจในตัวเศรษฐา ทวีสิน ที่มาจากภาคธุรกิจและมากประสบการณ์

แต่ทั้งนี้ภาวะเศรษฐกิจโลกอาจยังไม่เอื้ออำนวยซักเท่าไหร่ ซึ่งรัฐบาลต้องฝ่าฟันกับภาวะเศรษฐกิจโลก ในภาวะเช่นนี้ด้วย ทั้งนี้ต้องจับตาว่าเมื่อเศรษฐกิจของโลก ฟื้นตัวแล้วประเทศไทยจะก้าวต่ออย่างไร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

“จุรินทร์” ตั้ง 2 คำถามแจกเงินดิจิทัล ปัดวิจารณ์ฟอกเงินผ่านโครงการ

“หมอวรงค์” ชี้ ดิจิทัล 1 หมื่น ช่วยคนรวย เอาคนจนบังหน้า

“คลัง” ห่วงข้อจำกัด กม.-แอปฯ อาจแจกเงินดิจิทัลไม่ทัน ก.พ.67

นายกฯ ยันไม่ปลุกระดม “ดิจิทัลวอลเล็ต” เป็นนโยบายที่ดี

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More