พรรคพลังปวงชนไทย
เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน

“ศิริกัญญา” ตั้งข้อสังเกต “นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต” คล้ายโยบายญี่ปุ่นปี 49

วันนี้ (20 ต.ค.66) น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการตั้งข้อสังเกตนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย คล้ายกับนโยบายของญี่ปุ่น ที่เคยทำเมื่อปี 1999 หรือปี 2542 ว่า เป็นการหักล้างกรณีที่นายเผ่าภูมิ โรจน์สกุล ทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยที่ระบุว่า ยังไม่เคยมีใครทำนโยบายในลักษณะเดียวกันมาก่อน

พร้อมกล่าวถึงเนื้อหาในงานวิจัยดังกล่าวว่า ซึ่งเป็นการวิจัย 10 ปีให้หลังจากการดำเนินนโยบายโดยพบว่า นโยบายสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้เฉพาะสินค้าประเภทคงทน เช่น เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นการกระตุ้นการบริโภคเพิ่มเติมเพียงแค่ร้อยละ 20 หรือ 0.2 ของเงินที่ได้รับขณะเดียวกันผู้ที่ได้รับคูปองมีเพียง 1 ใน 4 ของจำนวนประชากรญี่ปุ่น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง “เศรษฐา” ลาก “ดิจิทัลวอลเล็ต” หลายคนเตือนซ้ำรอย “จำนำข้าว” 

น.ส.ศิริกัญญา ยังกล่าวว่า การวัดผลกระตุ้นการบริโภคที่ประชาชนจะควักเงินในกระเป๋าจ่ายเพิ่มเติมเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น แต่ในสินค้าที่ไม่คงทนเช่น อาหาร เครื่องดื่ม น้ำมันเชื้อเพลิง ไม่ได้มีผลอะไร มองเป็นการทดแทนการใช้เงินในกระเป๋าตัวเองโดยเป็นการใช้ผ่านคูปองแทน โดยที่ญี่ปุ่นทำวิจัยในปี 2009 เนื่องจากในปี 2010 มีการนำนโยบายนี้มาใช้อีกครั้งแต่ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขเรื่องของรัศมีการใช้คูปองและระยะเวลา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง “สุรทิน” หนุนจ่ายเงินสดดิจิทัลวอลเล็ต ขออย่าก่อหนี้ซ้ำรอยจำนำข้าว

มองว่า รัฐบาลกำลังศึกษาและหาโมเดลมาเทียบเคียง เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนจากรัฐบาลหรือทางกระทรวงการคลัง ที่จะสรุปว่า การกระตุ้นการบริโภคหรือการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ผลอย่างไรด้วยกลไกอะไร 

รอคำตอบจากรัฐบาลอยู่ พร้อมกับคำตอบว่า รัฐบาลจะหาแหล่งเงินงบประมาณมาจากที่ไหน รอไปจนกว่าวันที่ 31 ต.ค.ที่คณะกรรมการชุดใหญ่จะได้ข้อสรุป

รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ยังมองว่า จากนโยบายดังกล่าวทำให้ประชาชนยับยั้งการจับจ่ายในช่วงปลายปี เนื่องจากจะรอใช้เงินจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ในช่วงเดือน ก.พ.ปีหน้า แต่ถ้าหากยังไม่สามารถเริ่มโครงการได้อีกก็จะไม่มีการจับจ่ายใช้สอย จนกว่าที่จะเริ่มนโยบายได้อย่างชัดเจนจะทำให้เศรษฐกิจที่คิดว่าซึมอยู่ในขณะนี้อาจจะซึมลงไปได้อีก เพราะทำให้คนชั่งใจรอว่าจะได้เงินจริงเมื่อไหร่ จึงไม่จับจ่ายใช้สอยในช่วงเวลานี้

รัฐบาลเองบอกว่า เศรษฐกิจแย่มากอยู่ในระดับที่จะต้องกระตุ้นหัวใจ ในทางปฏิบัติต้องกระตุ้นหัวใจในวันนี้ แต่จากนโยบายรัฐบาลจะปั๊มหัวใจจริงอีก 5 เดือนข้างหน้า ซึ่งหากยังไม่เสร็จก็จะต้องรออีกต่อไป สรุปแล้วจะต้องรอนานแค่ไหน หากจำเป็นที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ จริง ๆ แล้วมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะต้องมีความเร็วทันต่อเหตุการณ์

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า หากขณะนี้เห็นว่า เศรษฐกิจซบเซาและต้องกระตุ้นเศรษฐกิจในขณะนี้ ไม่ใช่กระตุ้นในอีก 5 เดือนข้างหน้า โดยหากยิ่งล่าช้าออกไปเท่าไหร่ ก็ไม่ทราบว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร หรือ เศรษฐกิจโลกจะดีขึ้นแล้วหรือไม่ และจนถึงสิ้นปีนี้การส่งออกของรัฐบาลที่บอกว่าแย่และเริ่มฟื้นตัวกลับมาเป็นบวกในช่วงหลัง เป็นทางเลือกของการใช้นโยบายต้องใช้ให้ถูกจุดถึงจะกระตุ้นตรงเป้า หากเราไปเรื่อย ๆ ไม่มั่นใจจะได้ผลที่คาดหวังไว้หรือไม่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง จับกระแสการเมือง 19 ต.ค.66 : แจกเงินดิจิทัล 1 หมื่น ช่วยประชาชน หรือ เอื้อนายทุน 

รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ยังวิเคราะห์เรื่องสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเชื่อว่า หลายคนจะเห็นตรงกันกับผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ชี้แจงต่อกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจว่านโยบายของรัฐบาลดิจิทัลวอลเล็ต ยังมีความจำเป็นน้อยที่จะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกแต่ส่วนตัวเชื่อว่า ก็ยังคงเป็นนโยบายที่รัฐบาลจะดำเนินการตามที่หาเสียงไว้

ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า ระหว่างการดำเนินนโยบายเจอปัญหาอุปสรรคทางตัน เรื่องการกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ยังไม่สามารถกำหนดได้ชัดเจนในขณะนี้ รวมถึงแหล่งที่มางบประมาณ และมีการทักท้วงถึงการก่อหนี้เพิ่มหรือหนี้สาธารณะที่ต้องหยิบยืมจากธนาคารของรัฐ มีทีท่าในการทบทวน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง “จุรินทร์” ตั้ง 2 คำถามแจกเงินดิจิทัล ปัดวิจารณ์ฟอกเงินผ่านโครงการ 

ยังมองว่า รัฐบาลอาจต้องการที่จะนำงบประมาณส่วนหนึ่งมาใช้จะเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 แต่ว่ายังไม่เพียงพอ ซึ่งหากจะตัดงบประมาณส่วนอื่นมาใช้จะต้องถามความเห็นจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วย หรือจะไปกู้ธนาคารของรัฐ ก็ยังติดขัดเรื่องกฎหมาย อย่างของธนาคารออมสินไม่ได้มีการกำหนดว่าจะให้นำเงินของธนาคารออมสินมาใช้ในกรณีดังกล่าวได้ อาจจะมีการแก้กฎหมายอีก จึงเกิดทางตันเยอะแล้วยังไม่ได้ข้อสรุป

น.ส.ศิริกัญญา ยังกล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่มีพรรคการเมืองที่มีผู้ยื่นคัดค้านนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ต่อผู้จัดการแผ่นดินเพื่อให้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยเห็นว่า ควรใช้กระบวนการประชาธิปไตยมากกว่าในการส่งเสียงของประชาชนทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง “ศิริกัญญา” อัดนโยบาย “เศรษฐา” ไม่ตรงปก เทียบ GPS หลงทาง 

รวมถึงเสียงจากผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการ เสนอต่อรัฐบาล พิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจทำว่ามีความเหมาะสมมากกว่าที่จะใช้กลไกนอกรัฐสภา ในการยับยั้งโครงการที่ไม่เห็นด้วย เช่น การวิจารณ์ของฝ่ายค้าน ก็สร้างบรรยากาศการถกเถียง รวมถึงกรณีที่ยกตัวอย่างงานวิจัยของญี่ปุ่นก็เกิดการแลกเปลี่ยนความเห็น เป็นบรรยากาศที่ดีและเป็นประชาธิปไตยมากกว่า ซึ่งเป็น การทำงานที่สร้างสรรค์ตามระบบประชาธิปไตย ดีกว่าการยื่นร้อง

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวถึงข้อกังวลว่า การดำเนินนโยบายใช้ระบบโทเค็น อาจนำไปสู่ปัญหาการฟอกเงินตามมานั้น สามารถแจ้งให้รัฐบาลรับทราบและหาวิธีการป้องกันไม่ให้มีการฟอกเงินเกิดขึ้นได้ ไม่จำเป็นต้องยับยั้งทั้งโครงการ เชื่อว่ามีอีกหลายวิธีการที่จะส่งเสริมของรัฐบาลได้ และในฐานะฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบยืนยันที่จะติดตามนโยบายนี้ต่อไปอย่างเข้มข้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง “เพื่อไทย” มั่นใจเงินดิจิทัล 1 หมื่นช่วย ปชช.-ฟื้นเศรษฐกิจ 

ทั้งนี้ ฝากถึงรัฐบาลว่า สุดท้ายหากตัดสินใจเดินหน้าโครงการ จะต้องมีการจัดงบประมาณส่วนหนึ่งสำหรับโครงการประเมินผล เพราะจำเป็นต้องเก็บข้อมูลก่อนและหลังดำเนินโครงการเพื่อนำมาวิเคราะห์ผลที่ได้รับว่าเป็นไปตามที่ได้โฆษณาหาเสียงไว้หรือไม่ แล้วจะทำให้ประเทศมี GDP โตขึ้นร้อยละ 5 ในช่วง 4 ปีของรัฐบาลได้จริงหรือไม่ ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้รัฐบาลเกิดรับผิดรับชอบ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

“เศรษฐา” ลาก “ดิจิทัลวอลเล็ต” หลายคนเตือนซ้ำรอย “จำนำข้าว”  

“แพทองธาร” ขอประชาชนอดใจรอ นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต  

“สุรทิน” หนุนจ่ายเงินสดดิจิทัลวอลเล็ต ขออย่าก่อหนี้ซ้ำรอยจำนำข้าว 

จับกระแสการเมือง 19 ต.ค.66 : แจกเงินดิจิทัล 1 หมื่น ช่วยประชาชน หรือ เอื้อนายทุน  

“จุรินทร์” ตั้ง 2 คำถามแจกเงินดิจิทัล ปัดวิจารณ์ฟอกเงินผ่านโครงการ   

 

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More