พรรคพลังปวงชนไทย
เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน

'ทีมซอฟต์พาวเวอร์' ผนึก 'กทม.' จัด Winter Festival คาดดึงนักท่องเที่ยวเข้าไทย 30 ล้านคน

‘แพทองธาร’ นำถก คกก. ซอฟต์พาวเวอร์ ผนึก กทม. เตรียมจัด Winter Festival คาดดึง นทท.เข้าไทย 30 ล้านคน สร้างรายได้ให้ประเทศ 1.5 ล้านล้านบาท ภายในสิ้นปี 2566

ที่ห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ มีการประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2566 นำโดย แพทองธาร ชินวัตร ประธานกรรมการ พร้อมด้วย สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานกรรมการ พันศักดิ์ วิญญรัตน์ ที่ปรึกษาและกรรมการ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

หลังการประชุมเสร็จสิ้น แพทองธาร เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการ 11 สาขาเพื่อขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ ก่อนเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อปรับปรุงกฎหมายและขอเบิกงบประมาณ ผลักดันร่าง พ.ร.บ. THACCA การจัด Soft Power Forum รวมถึงการลงทะเบียนอบรมทักษะผ่านกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองระบบ คาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนได้หลังเดือนมกราคม 2567 โดยหลังจากนี้ คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์จะมีการนัดประชุมทุกเดือน นัดถัดไปตรงกับวันที่ 30 พ.ย.66 

ขณะที่ พันศักดิ์ ย้ำถึงความสำคัญของการทำวิจัยเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ว่า จะต้องมีการทำวิจัยและศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบ ก่อนจะสังเคราะห์ และนำมาดำเนินการส่งเสริมวัฒนธรรมในด้านต่างๆ เพื่อให้เราเห็นว่า แท้จริงแล้วทั่วโลกมองประเทศเราอย่างไร และจะทำอย่างไรให้สามารถนำมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้

ด้าน ชัชชาติ ระบุว่า ซอฟต์พาวเวอร์เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง เป็นพลังหรืออำนาจที่ไม่ได้มาจากกฎระเบียบ เพราะภาครัฐไม่ได้มีซอฟต์พาวเวอร์มาก เพียงแต่เอาฮาร์ดพาวเวอร์ที่รัฐมี ไปช่วยให้ซอฟต์พาวเวอร์มีพลัง เช่น ย่านทรงวาด ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน 40 ย่านที่ Cool ที่สุดในโลก กรุงเทพมหานครทำแค่การจัดการขยะและป้องกันน้ำท่วม ผสานกับซอฟต์พาวเวอร์ของเอกชนในพื้นที่ 

สำหรับ Winter Festival ที่ กทม. เป็นเจ้าภาพ มีแนวคิดว่าไทยควรมีเทศกาลระดับโลกเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยงาน Winter Festival จะจัดตั้งแต่เทศกาลลอยกระทง เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป โดยตั้งเป้าว่า Winter Festival จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านล้านบาทภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ และเพิ่มนักท่องเที่ยวได้ 25-30 ล้านคน 

นอกจากนี้ สุรพงษ์ ยังระบุว่า ประเทศไทยจะต้องผลักดัน One-Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวรอบด้าน โดยจะร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) พัฒนาระบบเทคโนโลยี จากนั้น จึงจะเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อนำร่องในบางหน่วยงาน ก่อนจะดำเนินการจริง เสมือนเป็นการคิกออฟในแต่ละโปรเจค ขณะเดียวกันก็จะมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดกฎหมายอย่าง พรบ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมในแต่ละสาขาให้สอดคล้องกับนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาลด้วย

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More