พรรคพลังปวงชนไทย
เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน

ก้าวต่อไปของ “ก้าวไกล” กับ 2 คำร้อง หุ้น iTV – ม.112

โดยหัวหน้าพรรคก้าวไกล เชื่อว่า ตามกระบวนการพิจารณาคำร้อง วันนี้จะยังไม่นัดฟังคำวินิจฉัย-ชี้ขาด แต่จะเป็นการพิจารณา “ข้อวินิจฉัย” เพื่อเปิดไต่สวนข้อเท็จจริง ท่ามกลางคำถามว่า 2 คำร้องนี้ จะมีเหตุนำไปสู่การยุบพรรคก้าวไกลหรือไม่ 

คนการเมืองเชื่อว่า “ก้าวไกล” ยังไม่เดินมาถึงวันที่จะถูกยุบเหมือนกับ “อนาคตใหม่” สอดรับกับข้อมูลที่ ประธานศาลรัฐธรรมนูญเคยอ้างอิงไว้ โดยเฉพาะกับข้อวินิจฉัยของคำร้องที่ว่า “ก้าวไกล” ล้มล้างการปกครอง ผ่านการหาเสียงด้วยนโยบาย “ยกเลิก” กฎหมายอาญา ม.112 และถ้าประเมินตามสถานการณ์การเมือง ก็ไม่ใช่จังหวะที่จะ “ประหัต-ประหาร” กันทางการเมืองในเวลานี้

ศาลรัฐธรรมนูญ นัดพิจารณา 2 คำร้องวันนี้ คือ คำร้องกรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถือหุ้นสื่อ iTV เป็นเหตุให้สมาชิกภาพ สส. ต้องสิ้นสุดลง เพราะมีลักษณะต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ส่วนอีกคำร้องคือ กรณีนายพิธา และพรรคก้าวไกล หาเสียงเลือกตั้ง ปี 2566 ด้วยการเสนอร่างยกเลิกกฎหมายอาญา มาตรา 112 และยังดำเนินการต่อเนื่อง เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพ เพื่อล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งหัวหน้าพรรคก้าวไกล “นายชัยธวัช ตุลาธน” เชื่อว่า บทสรุปของวันนี้ คือการเปิดไต่สวนคดี ยังไม่ถึงขั้นที่จะนัดฟังคำวินิจฉัย-ชี้ขาด

มีความเป็นไปได้ สำหรับกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะเริ่มเปิดไต่สวนทั้ง 2 คำร้อง แต่ก็เป็นไปว่าศาลฯ จะพิจารณา-วินิจฉัยได้แล้ว ประชุมเช้า-แจ้งฟังคำวินิจฉัยบ่าย หรือจะนัดต่อไปอีก 3 วัน 5 วัน หรือ 7 วันข้างหน้า เพราะถ้าย้อนกลับไปดูไทม์ไลน์การพิจารณาคำร้องทั้ง 2 คำร้อง มีการพิจารณาเอกสาร-หลักฐาน และเรียกพยานเข้าชี้แจงแล้ว นับเวลาพิจารณากันก็ร่วม “ครึ่งปี” แล้วค่ะ

คำร้อง กรณีพิธา ถือหุ้น iTV ร้องไว้ตั้งแต่ 10 พ.ค. จากนั้น 1 เดือนให้หลัง กกต.มีมติ “ไม่รับคำร้อง” แต่เมื่อปรากฏความ ก็ตั้งคณะทำงานสอบข้อเท็จจริง กรณี “รู้อยู่แล้วไม่มีสิทธิ แต่ยังลงสมัคร” หลังสรุปได้ก็ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ และหลังมีมติรับคำร้องไว้ โดยระหว่างรอ นายพิธา ยื่นคำชี้แจง-แก้ข้อกล่าวหา ร่วม 2 เดือน ศาลฯ ก็พิจารณา-สอบพยาน-ตรวจเอกสารหลักฐาน รวม 11 ครั้งไปแล้ว

ส่วนคำร้องพรรคก้าวไกล หาเสียงด้วยการเสนอแก้กฎหมาย “ยกเลิก” มาตรา 112 ในกฎหมายอาญา เริ่มไว้ตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือน พ.ค. เดิมยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด แต่เมื่อเรื่องไม่คืบ ก็ขยับมายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ จากนั้น “ราวหนึ่งเดือน” หลัง 2 องค์กรนี้ ถามถึงเหตุ “ซ้ำซ้อน” ตามเงื่อนไขกฎหมายและรัฐธรรมนูญกำหนดไว้แล้ว ศาลฯ ก็มีมติรับคำร้อง และพิจารณา-สอบพยาน-ตรวจเอกสารหลักฐานไปแล้ว นับ 37 ครั้ง

และประเด็นอยู่ตรงนี้ 12 ส.ค. หลังถูกถามถึงความคืบหน้าและการทำหน้าที่ของศาลฯ เพราะผู้ถูกร้องขอขยายเวลา ชี้แจงข้อกล่าวหา นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ก็ชี้แจงพร้อมอ้างอิงไว้ว่าคำร้อง “หาเสียง เสนอยกเลิก ม. 112” ศาลฯ “ทำตามแต่สมควร-ไม่ทำตามกระแสสังคม”

และชี้ว่ากรณีนี้ ถ้าฟังได้ว่าใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง ก็จะสั่งให้หยุดการกระทำ แต่ไม่มีกรณีการยุบพรรค เพราะในคำร้องไม่ได้ร้องเรื่องนี้ไว้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ กกต. จะต้องพิจารณาว่า ผิดหรือไม่ ถ้าเห็นว่าผิดก็ต้องส่งคำร้องมา ถ้าเห็นว่าไม่ผิด ก็ยกไป

ตามกระบวนการกฎหมาย กรณีถือหุ้นไอทีวี น่าจะภายในเดือนนี้-เดือนหน้า ก็จะชี้ขาด ส่วนกรณีหาเสียงด้วย ม.112 น่าจะต้นปีหน้าถึงจะชี้ได้ แต่ในทางการเมืองก็เชื่อกันว่า หุ้น iTV บทสรุป ไม่ต่างกับหุ้นวีลัค-มีเดีย และกรณีหาเสียง น่าจะเป็นไปตามที่ประธานศาลฯ ระบุ สุดท้าย “เผือกร้อน” ก่อนนี้จะถูกโยนกลับไปที่ กกต. แถมพูดกันว่ายังไงแล้ว “ก้าวไกล” ก็ยังคงอยู่เป็นเงื่อนไขในเกมต่อรองการเมือง “ฝ่ายแดงเอาไว้ต่อรองฝ่ายเหลือง” ก็เป็นไปได้

ฝ่ายเหลืองก็เก็บไว้เป็นเงื่อนไขของฝ่ายแดง ก็ “สมประโยชน์” อยู่

วิเคราะห์โดย : เสาวลักษณ์ วัฒนศิลป์ 

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More