พรรคพลังปวงชนไทย
เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน

คปท. จี้ฟ้อง 'ทักษิณ' คดี ม.112 หลังอัยการมีมติสั่งฟ้องปี 60

คปท. จี้ อัยการสูงสุด เร่งนำตัว ‘ทักษิณ’ ส่งฟ้องต่อศาล คดีม.112 หลังอัยการมีมติสั่งฟ้องเมื่อปี 2560

วันนี้ (29 พ.ย. 66) เวลา 10:30 น. เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย พิชิต ไชยมงคล และนัสเซอร์ ยีหมะ เข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอให้นำตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่รักษาตัว และอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ มาส่งฟ้องต่อศาลในคดี ม.112 ภายหลังมีมติสั่งฟ้องจากคณะกรรมการสอบสวน และอัยการ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2560 โดยมีณรงค์ ศรีระสันต์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นผู้รับหนังสือ

พิชิต ระบุว่า การมาในวันนี้สืบเนื่องจากมติของอัยการสูงสุดได้สั่งฟ้องนายทักษิณ ตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งผ่านมา 6 ปี ทักษิณปรากฎตัวผ่านหน้าสื่อ และอยู่ในการควบคุมของกรมราชทัณฑ์ แต่วันนี้อัยการยังไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาต่อหน้านายทักษิณ และนำตัวไปฟ้องต่อศาลได้ จึงมายื่นต่ออัยการสูงสุดเพื่อขอให้เร่งรัดดำเนินการตามกฎหมาย หรือ นำตัวนายทักษิณไปยื่นฟ้องต่อศาลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 

ด้านนัสเซอร์ กล่าวเสริมว่า เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ผู้บริหารประเทศ โดย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บอกว่าไม่ทราบว่าตัวนานทักษิณอยู่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจหรือไม่ ตนมองว่า เป็นการแสดงความคิดที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อกระบวนการยุติธรรม เพราะนักโทษหายตัวไป โดยที่รองนายกฯ บอกว่าไม่รู้อยู่ชั้น 14 หรือไม่นั้น ทำให้โรงพยาบาลตำรวจ กรมราชทัณฑ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่อ้างว่าอยู่ชั้น 14 ต้องตอบในเรื่องนี้ ซึ่ง คปท.ก็จะไปติดตามเรื่องนี้อีกครั้ง

ทั้งนี้ กิจกรรมของ คปท. หลังจากนี้จะยังดำเนินตามเดิมที่โนงพยาบาลตำรวจ และด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล รวมถึงการไปปราศรัยในต่างจังหวัดนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานว่าจะเริ่มที่จังหวัดไหนก่อน โดยเป้าหมายคือการรณรงค์ให้นำตัวนายทักษิณกลับไปเรือนจำ พร้อมฝากถึงกรมราชทัณฑ์กรณีนานทักษิณที่รักษาตัวเกือบครบ 100 วันนั้นอาการตอนนี้เป็นอย่างไร หายแล้วหรือไม่ ถ้าหายหรืออาการดีขึ้นแล้วก็ขอให้นำตัวกลับเข้าเรือนจำ

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่


This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More