พรรคพลังปวงชนไทย
เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน

'ชัยวัฒน์' ฟ้อง 'หลานสาวปู่คออี้' ข้อหาแจ้งความเท็จ กรณีเผาบ้านกะเหรี่ยงบางกลอย

‘ชัยวัฒน์’ ฟ้อง ‘หลานสาวปู่คออี้’ คดีเผาบ้านกะเหรี่ยงบางกลอย ทนายยื่นขอความเป็นธรรม

พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เปิดเผยว่า หน่อจอ มีมิ ชาวบ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้รับอนุญาตให้เลื่อนการฟังคำสั่งของพนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรีไปเป็นวันที่ 23 ก.พ. 2567 หลังจากได้รับทราบว่า หน่อจอถูกตั้งข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ จากที่ ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจานว่า หน่อจอกล่าวหา ชัยวัฒน์ว่ากระทำผิดที่มีโทษทางอาญาต่อพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน หน่อจอได้ทราบข้อกล่าวหาดังกล่าว และขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยไม่ได้คุมตัวผู้ต้องหาไว้ในระหว่างการสอบ

พรเพ็ญ กล่าวต่อว่า คดีนี้เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินคดี ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และพวก กรณีเผาบ้านเรือนชาวกะเหรี่ยงซึ่งมีพยานหลักฐานและคำพิพากษาของศาลปกครองสุดสุดที่เชื่อได้ว่า เมื่อวันที่ 5-9 พ.ค. 2554 ชัยวัฒน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและพวก ได้ใช้กำลังพร้อมอาวุธ เข้ารื้อถอนทำลายเผาบ้านเรือน ยุ้งฉาง ประมาณ 100 หลังคาเรือน ทรัพย์สินอื่นๆ ของ คออี้ มีมิ หรือปู่คออี้ และชาวบ้าน ซึ่งเป็นชาวไทยพื้นเมืองดั้งเดิมเชื้อสายกะเหรี่ยง เหตุเกิดที่บ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดินพื้นที่อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ปัจจุบันชาวบ้านผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 รายได้รับเงินค่าชดใช้ความเสียหายตามคำพิพากษาศาลปกครองไปแล้ว

พรเพ็ญ กล่าวอีกว่า ทางมูลนิธิผสานวัฒนธรรมเห็นว่าอัยการจังหวัดเพชรบุรีเมื่อได้รับหนังสือขอความเป็นธรรมจาก หน่อจอแล้วเมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2567 มีเหตุผลว่าขณะไปพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.แก่งกระจาน เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2566 นั้น หน่อจอและน้องสาวไม่สามารถอ่าน-เขียนภาษาไทยได้ แม้สามารถฟังและพูดภาษาไทยได้บ้าง แต่ไม่เข้าใจข้อความในเอกสารที่พนักงานสอบสวนให้ลงชื่อ พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาโดยไม่มีล่าม พนักงานสอบสวนไม่ได้อ่านหรืออธิบายข้อหาให้ หน่อจอเข้าใจ และหน่อจอก็ไม่ได้รับสำเนาบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา การขยายระยะเวลาการสั่งคดีอออกไปอีกเป็นระยะเวลาพอสมควร เพื่อให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านรายนี้ และเพื่อให้พนักงานอัยการได้พิจารณาหนังสือขอความเป็นธรรมและกลั่นกรองคดีว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่อย่างถี่ถ้วน

หน่อจอ มีมิ กล่าวว่า ตนได้รับการติดต่อจากพนักงานสอบให้ไปที่ สภ.แก่งกระจาน เพื่อไปให้การเป็นพยานในคดีเผาบ้านปู่คออี้ ซึ่งตนยินดีไปให้การเป็นพยาน แต่ครั้งนี้กลับตกเป็นผู้ต้องหา ตนไปให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกครั้งว่า อยู่ในเหตุการณ์เมื่อบ้านของปู่โคอิถูกเผาจริงขณะนั้น อายุ 17 ปี และได้ให้ข้อมูลไปตามจริงทุกครั้ง แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมจากเป็นพยานจึงตกเป็นผู้ต้องหา

สำหรับกรณีนี้เป็นคดีการเผาบ้านปู่โคอี้ มีมิ อายุ 107 ปี ผู้นำจิตวิญญาณของชาวกะเหรี่ยงผืนป่าแก่งกระจาน ที่ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งเป็นปู่แท้ ๆ ของนางสาวหน่อจอ เป็นคดีที่อยู่ในการพิจารณาสั่งคดีของสำนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี ตามที่เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2564 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท ) ได้มีมติชี้มูลว่า ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร มีความผิดจริงให้ออกจากราชการและดำเนินคดีอาญา

ต่อมาศาลปกครองเพชรบุรีได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้กลับเข้ารับราชการไว้ก่อน ขณะที่คดีความผิดทางวินัยยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง ส่วนการดำเนินคดีอาญานั้น ป.ป.ท. ได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ แม้การกระทำผิดได้ล่วงเลยมากกว่า 12 ปี แต่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 7 ยังไม่มีคำสั่งฟ้องคดีดังกล่าวต่อ ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวก

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่


This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More