พรรคพลังปวงชนไทย
เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน

จับกระแสการเมือง 23 ก.พ.2567 : ทิ้งหมัดคนละมุม “พี่ดาบนิกกี้”สู่ “บิ๊กต่อ”สยบร้อยร้าว “โจ๊ก-เต่า”ปมคดีพนันออนไลน์

เช้านี้ #ตำรวจ ขึ้นเทรนด์ X ในโซเซียล หากคลิกเข้าไปดูมีหลากอารมณ์ที่สะท้อนเรื่องราวแวดดวงสีกา เริ่มจากเรื่องเบา ๆ และน่าชื่นชมของ “พี่ดาบนิกกี้” พี่ดาบท่องเที่ยว จากอดีตตำรวจตระเวนชายแดน สู่ตำรวจท่องเที่ยวนครราชสีมา ที่สร้างภาพจำการแต่งชุดไทยสร้างงานมวลชนสัมพันธ์ เข้าถึงประชาชน ได้ใจกับความเป็นกันเอง ทำให้ยอดผู้ติดตามในโลกโซเซียลทะลุ 100,000 คน เฟซบุ๊ก และ Tik tok ที่มีคนกดไลค์กว่า 1 ล้านครั้ง ถือเป็นตำรวจน้ำดีที่น่ายกย่องและนำไปเป็นตัวอย่าง

หนักขึ้นมาอีกนิด เมื่อคลิปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ตำรวจยศ “พ.ต.อ.” นายหนึ่ง ก้มกราบนายตำรวจยศ “พ.ต.ท.” เหตุเกิดที่ สภ.นครนายก หลังถูกร้องเรียนว่า มีพฤติกรรมบังคับขู่เข็ญให้ผู้บังคับบัญชาไปเรียกรับผลประโยชน์กับประชาชน จนถูกตั้งคณะกรรมการสืบสวน แต่ปรากฎว่า ผิดคิว แทนที่ เพราะถูกกราบไม่ใช่ผู้ร้องเรียน แต่เดินทางมาเยี่ยมผู้บังคับบัญชา จึงทำให้เกิดอาการเงิบทั้ง 2 ฝ่าย

ส่วนประเด็นเวบพนันออนไลน์ยังไม่จบ แถมยังดุเดือดยิ่งกว่าแดดวันแรกของต้นฤดูร้อน ทำเอาเก้าอี้ “บิ๊กต่อ” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่นไหว จนต้องออกมาหย่าศึก แต่ไม่ได้นัดหมายผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้ง 2 คน “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร.กับ “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะคณะกรรมการสืบสวน และรองหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีเว็บพนันมินนี่ ให้มาพบกัน แต่จนถึงยังไม่มีคำสั่งให้ทั้งสองมาพบกัน คงมีเพียงแค่คำปรารภลอยมาตามลม

จะต้องไปชกทำไม พี่เป็น ผบ.ตร. ต้องเรียกมาคุย สู้กันด้วยงาน การให้ข้อมูลการตอบโต้ไม่มีผลดี ใครเจ๋ง เก็บไว้ของแท้ ไม่ต้องพูด นักเลงเขาไม่พูดกันหรอก

บิ๊กต่อ ยืนยันนโยบายจะสร้างบ้านให้เป็นบ้าน ตอนนี้เอาเรื่องมาพูดผ่านสื่อ ก็มโนกันไป จนเกิดความขัดแย้ง และจะไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ได้ลอยตัว ถ้าพนักงานสอบสวนสาวถึงไหนก็ต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน และตอนนี้ยังบริสุทธิ์ 100%

ไม่รู้ว่าผลการเคลียร์ใจจะออกหัวหรือก้อย จบสวยเหมือนคราวที่ “บิ๊กต่อ” โอบเอว “บิ๊กโจ๊ก” สยบเกาเหลาชามแรกหรือไม่ เรื่องยังอีกยาวไกลและต้องติดตามตอนต่อไป

สามเรื่องในวงการสีกากี เปรียบเสมือนการทิ้งหมัดคนละมุมในยุทธจักรตราโล่ห์เงิน ใครชอบแบบไหนก็ชม และเชียร์กันได้ตามอัธยาศรัย

แต่ถ้าถามคนเคยรัก “ทนายกระดูกเหล็ก” นายอนันต์ชัย ไชยเดช บอกเป็นนัยว่า มีเบอร์ “บิ๊กโจ๊ก” โทรหา 3 สาย ไม่รู้จะหารือเรื่องร้อนใจที่ตกเป็นข่าวหรือไม่ แต่ตอนนี้ ยืนยันไม่รับเป็นทนายให้ใคร พร้อมฝากเตือน “บิ๊กโจ๊ก” แบบเผ็ดร้อน

คิดจะเป็นใหญ่ใจต้องนิ่ง เวลานี้เขาไม่จ้างผมเป็นทนาย แต่คอนเซ็ปของผมคือต้อง ให้ใจ ให้เกียรติ ให้ความจริงกับผม จะได้แก้ข้อกล่าวหาให้

ร้อนระอุไม่แพ้วงการสีกาสี ก็ต้องการเมืองในวงประชุมสภา “ลอรี่” พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ถึงขั้นออกมาติง “รองอ๋อง” ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำตัว “ค้อนคับฟ้า อำนาจบาตรใหญ่ ละเมิดสิทธิผู้อภิปรายหลังใช้อำนาจแทรกตัดบทไม่ให้ “เสี่ยมุ่ง” อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี เขต 4 รทสช. อภิปรายลงรายละเอียด ระหว่างตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการจัดระเบียบสายไฟฟ้า และสายสื่อสาร ทั้งที่กำลังอภิปรายตามกรอบเวลา ถูกต้องตามข้อบังคับ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่ถูกต้อง ไม่เคยมีประธานในที่ประชุมคนใดเคยทำมาก่อนในประวัติศาสตร์

เมื่อมานั่งเก้าอี้ประธานสภาฯ แล้ว จงวางหมวกนักการเมืองทิ้งไว้นอกห้องประชุม แล้วจงวางตัวทำหน้าที่ให้เป็นกลาง ถ้าทำไม่ได้ลงไปนั่งข้างล่าง แล้วให้คนมีวุฒิภาวะดีกว่าขึ้นมาทำแทนดีกว่า

จบสวย แต่ไม่จบง่าย ปมหลักหมุด “ส.ป.ก.4-01” โผล่ข้างป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ปะทุยิ่งกว่าสะเก็ดไฟลามทุ่ง จนเกิดศึก 2 เจ้ากระทรวงจากพรรคพลังประชารัฐ “บิ๊กป็อด”  พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กับ”ผู้กองธรรมนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ต้องออกแอค ชัน หลังจากปล่อยเป็นช่องโหว่ให้ขบวนการเขมือบป่ามานาน

ยิ่งขุด หลักหมุดยิ่งโผล่ ส.ป.ก.รายวันฉาวไม่ซ้ำ เมื่อคนในองค์กรของตัวเองไปเอี่ยว ทั้งอดีตลูกจ้างกรมป่าไม้ กับคนของ ส.ป.ก.ที่แม้จะถูกเด้งออกจากพื้นที่แต่ใช่ว่าปัญหาที่ซุกใต้พรมจะจบ หนังม้วนนี้ยังอีกยาว เพราะแมวเก้าชีวิต ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ ประกาศกัดไม่ปล่อย ตอนนี้มีที่ 150,000 ไร่ที่ถูกบุกรุก พร้อมขอทวงคืนสมบัติแผ่นดิน

ปิดท้ายเรื่องใกล้ตัว เมื่ออดีตนักร้องดัง “นาวิน ต้าร์ หรือ” นาวิน เยาวพลกุล เข้าแจ้งความที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หลังถูกมิจฉาชีพดูดสกุลเงินดิจิทัล Ethereum หายไปกว่า 40 ETH หรือคิดเป็นเงินไทย ประมาณ 5 ล้านบาท

หลังเข้าไปกดลิงค์จากบทความในเว็บไซต์หนึ่ง ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ให้นักเขียนสามารถลงผลงานเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับการลงทุนสกุลเงินดิจิทัล เหตุเกิดเมื่อช่วงเดือนก.พ.ที่ผ่านมา

นาวิน ต้าร์ ยอมรับว่า การติดตามสกุลเงินดังกล่าวที่สูญไป กลับคืนมาได้ยาก แต่อยากจะมาแจ้งความเพื่อให้ตำรวจที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ช่วยตรวจสอบ และอยากให้เป็นอุทาหรณ์กับกลุ่มคนที่ลงทุนกับเงินดิจิทัล ให้ระวังการกดลิงค์หรือการยินยอมให้เข้าถึงบัญชีส่วนตัว เพราะบัญชีประเภทการลงทุนสกุลเงินดิจิทัล หากถูกโอนออกไปแล้วเป็นเรื่องที่ติดตามกลับมาได้ยาก ต่างจากบัญชีธนาคารทั่วไป

ดังนั้นหากใครก็ตาม จะกดลิงค์ แชร์ หรือทำธุรกรรมการเงินผ่านมือถือ โปรดระวังให้ดี โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวๆระหว่าง 24-26 ก.พ.นี้

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More