หน้าแรก Thai PBS จับกระแสการเมือง 23 พ.ย.2566 ติดหล่ม หมูเถื่อน ตั๋วเพื่อไทย เงินดิจิทัล “เศรษฐา” กลับไม่ได้ไปไม่ถึง

จับกระแสการเมือง 23 พ.ย.2566 ติดหล่ม หมูเถื่อน ตั๋วเพื่อไทย เงินดิจิทัล “เศรษฐา” กลับไม่ได้ไปไม่ถึง

19
0
จับกระแสการเมือง-23-พย.2566-ติดหล่ม-หมูเถื่อน-ตั๋วเพื่อไทย-เงินดิจิทัล-“เศรษฐา”-กลับไม่ได้ไปไม่ถึง

มาแรงแซงโค้ง หลัง “นายกฯนิด” เศรษฐา ทวีสิน ขันน็อต “พ.ต.อ.สุริยา สิงหกมล” อธิบดีดีเอสไอ ให้เร่งรัดทำคดีลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาดีเอสไอลงพื้นที่ตรวจสอบรัวๆ เรียกว่าอีเวนต์งาน ว.5 มาอย่างต่อเนื่อง 

ทำให้เจ้ากระทรวงพญานาค” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” นั่งไม่ติดเก้าอี้ ไม่เพียงมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดอย่างกรมปศุสัตว์เข้ามาร่วมเปิดปฏิบัติการสืบขยายผลทุกครั้งเท่านั้น แต่ยังส่งเจ้าหน้าที่และผู้ช่วยรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมด้วย

การจับกลุ่มขบวนการลักลอบค้าหมูเถื่อน เพื่อหวังตัดรากถอนโคน โดยสืบให้ถึงต้นตอของปัญหาไม่ยาก แต่ก็ไม่งายหากไปเจ้าหน้าที่ไม่ไปเดินสะดุดตอต้นใหญ่เสียก่อน

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์

ล่าสุดดีเอสไอขยายผลการสืบสวนพบว่าการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนมีการทำเป็นขบวนการใหญ่พัวพันไปนักธุรกิจและมีนักการเมืองใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้องหลายคนนอกจากนี้ยังพบว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐและข้าราชการระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้องมากกว่า 10 คน โดยอธิบดีดีเอสไอระบุว่า หากพบใครที่เกี่ยวข้องมีความผิดจริงจะต้องลงโทษทันทีไม่มีข้อละเว้น

ขณะที่นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ สำทับซ้ำว่า หากมีเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีหมูเถื่อนจริง ก็จะไม่ปกป้อง

แต่อยากขอความเป็นธรรมให้ทุกฝ่ายมองการกระทำ ความผิดเป็นเรื่องตัวบุคคลไม่อยากให้เหมารวม เพราะเจ้าหน้าที่อาจเสียกำลังใจ พร้อมย้ำว่า การทำงานกรมปศุสัตว์มีหน้าที่ปกป้องเกษตรกร คุ้มครองผู้บริโภค และป้องกันโรคระบาดสัตว์

ยามนี้เดือดกว่าน้ำร้อนคงหนีไม่พ้น วจีเป็นพิษปมตั๋วผู้กำกับ หรือที่หลายคนขนานนามว่า ตั๋วเพื่อไทย แม้ว่า”นายกฯนิด”จะออกมาขอโทษ และยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับผู้กำกับ แต่ดูเหมือนว่าไม่วายยังถูกวิพากษ์อยู่อย่างต่อเนื่อง

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.พรรคก้าวไกล

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.พรรคก้าวไกล

ล่าสุดเจ้าของฉายา “อุกกาบาต” ของพรรคก้าวไกล “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ออกมาเหน็บเรื่องนี้ว่า นายกฯ ต้องชี้แจงไหมว่า วันก่อนท่านกินอะไรไป ท่านถึงพูดอย่างนั้น ผู้กำกับท่านชัดเจนนะ ว่าท่านพูดอะไร ท่านพูดถึงการแก้ไขหนี้นอกระบบใช่ไหมครับ แล้วก็พูดถึงนายอำเภอ พูดถึงผู้การจังหวัด

ฉะนั้นผู้กำกับจะหมายถึงผู้กำกับซีรีส์ ผู้กำกับภาพยนตร์ ไม่ได้ แต่หมายถึงผู้กำกับสถานีตำรวจอย่างเดียว แล้วก็บอกว่า มีคนขอมาเยอะเหลือเกิน คนๆ นั้นที่ขอเป็นคน หรือสัมภเวสีล่ะ แล้วท่านพูดกับใคร ไหนล่ะ ท่านพูดในที่ประชุม สส.พรรคเพื่อไทย ใช่ไหม แล้วท่านพูดกับใคร พูดกับ สส.พรรคเพื่อไท

วิโรจน์ ย้ำว่าในนามพรรคฝ่ายค้าน จะตรวจสอบเรื่องนี้ เดี๋ยวพอเปิดสมัยประชุมสภา ก็ต้องตั้งกระทู้ถาม ถึงกรณีที่ขอมาเยอะเหลือเกิน คนที่ขอที่ว่าคือใคร?

ท่านนายกฯ พูดอีกว่า ก็มีผิดหวัง มากกว่าสมหวัง แต่ก็มีสมหวังก็จำนวนไม่น้อย ก็แสดงว่า มันมีการฝากกันจริงๆ คือ ต้องยอมรับกันตรงๆ นะ อย่าบิดพลิ้วเลย คือ ท่านหลุดปาก แล้วอีกวันหนึ่งก็มาแก้ตัว พูดกันตรงๆ นะ

คือท่านต้องรับสารภาพเถอะ แล้ววันก่อนหน้าที่ท่านนายกฯ พูด ก่อนหาเสียง นายเศรษฐา ทวีสิน ที่บอกว่า จะขจัดสังคมเส้นสายไป พอหาเสียงเสร็จแล้วก็ลืม ที่นายเศรษฐาเคยพูดเอาไว้อย่างเสียงเข้มเลยนะ แล้วเศรษฐาวันที่มาพูดก่อนหน้าและพูดทีหลังนี่ ใช่ เศรษฐา คนเดียวกันไหม

นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้นายกฯ นิดออกมาชี้แจง โดยระบุว่า “ไม่ใช่อยู่ดีๆ วันรุ่งขึ้นมาบอกว่าไม่ได้หมายความแบบนั้น พูดถึงว่าความไม่ใช่คน ตนฟังแล้วจริงๆ แล้ววันนั้น อยากเอายาไปทาสีข้างให้ท่าน ท่านคงจะอักเสบพอสมควร ไหนๆท่านก็สารภาพมา 80% แล้ว อีก 20% ก็พูดมาเถอะว่าสส.ที่มาฝากผู้กำกับใหม่กับท่านคือใคร ฝากกี่คน จริงๆไม่ได้ยากเกินวิสัย เพราะผู้กำกับมีการโยกย้ายและมีผู้กำกับใหม่อยู่จำนวนหนึ่ง”

ด้าน “คุณหญิงหน่อย” สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ โพสต์ X ขยี้ซ้ำว่านายกฯ ควรต้องชี้แจง แสดงความรับผิดชอบ ด้วยการพูดความจริง ต่อสิ่งที่ตนเองพูดเมื่อวาน เพราะนอกจากจะเป็นการใช้อำนาจที่อาจจะผิดกฎหมาย มันคือการทำลาย ความเป็นธรรมในระบบราชการ คนทำงานด้วยความซื่อสัตย์ มีความสามารถควรได้เลื่อนยศ มิใช่คนที่เลียแข้งเลียขานักการเมืองแล้วได้ดี

ในส่วนของ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร  ฝ่าวงล้อมสื่อฯ เลี่ยงตอบ​ถึงกรณีดังกล่าว อ้างนายกฯ​ ชี้แจงไปแล้ว

หลังจากโพสต์ภาพนายกฯนิด เข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ มารดา ที่อายุครบ 67 ปี เมื่อวานนี้ ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @ingshin21 พร้อมระบุข้อความว่า…Birthday vibes ขอบพระคุณท่านนายกแวะมา happy birthday คุณหญิงค่า

ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส. นครนายก พรรคประชาธิปัตย์

ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส. นครนายก พรรคประชาธิปัตย์

และแล้วโครงการเงินโครงการดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาลเศรษฐา ก็ยังไร้ความชัดเจน วันนี้ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส. นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ออกมากระทุ้ง แนวทางหาแหล่งเงินแทนการออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพราะสุ่มเสี่ยงว่าหากกู้เงินมา จะผิดรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังรวมถึง พ.ร.บ.หนี้สาธารณะและกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และยังต้องรอศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลคดีอาญาชี้ขาด

จึงเสนอให้ นายกฯ ตรวจสอบหรือสอบถามไปยัง ป.ป.ช.และ ปปง. ว่ามีคดีทุจริตและการใช้อำนาจหน้าที่มิชอบใดบ้างที่ศาลได้ตัดสินคดีถือเป็นที่สิ้นสุดแล้วในรอบ 20 ปี ซึ่งความผิดดังกล่าวข้อมูลฐานความผิดตามพ.ร.บ. ปปง.ปี 2542 มาตรา 3 (5) หากสามารถเดินหน้ายึดทรัพย์นำเงินเหล่านี้มาใช้ในโครงการก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ มากกว่าการที่จะไปสร้างหนี้ให้ประเทศ

เชื่อว่าหากนายกฯ ดำเนินการตามที่เสนอจะสามารถรวบรวมตัวเลขได้มากกว่า 5 แสนล้านบาท และถ้ากล้าทำจริงอาจได้เงินมากถึง 1 ล้านล้านบาท

อยากให้นายกรัฐมนตรีไปเอาเงินที่โจรปล้นแผ่นดินมาตลอด 20 ปี มาใช้แก้ปัญหาความยากจน ของประชาชนที่มีต้นเหตุมาจากการทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวงของข้าราชการระดับสูงและนักการเมืองทุกระดับ

ทั้งนี้ เคยศึกษา และทำคดีตัวอย่างให้รัฐบาลอายัดทรัพย์ในคดีโครงการ ก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านจังหวัดสมุทรปราการมูลค่า 9,058 ล้านบาท เข้าข่ายความผิดฐานทุจริตในสมัยรัฐบาลประยุทธ์ ที่ศาลฎีกาตัดสินแล้วว่ามีความผิดก่อให้เกิดความเสียหายแต่กลับไม่มีการบังคับคดีตามกฎหมายให้เกิดการอายัดทรัพย์ ตามความผิดของกฎหมาย ปปง.จึงนำคดีเข้า ตามมูลฐานความผิดการฟอกเงินโดยคณะกรรมการธุรกรรมของ ปปง. ส่งเรื่องฟ้องศาลต่อมาศาลฎีกาพิพากษาให้อายัดทรัพย์ผู้ทำความผิดแม้ว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาให้ชำระเงิน 9,058 ล้านบาทก็ตาม

นายชาญชัย ยังระบุว่า สัปดาห์หน้าเตรียมแถลงตีแผ่ และทำหนังสือถึงนายเศรษฐา ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่ามีคนใกล้ตัวทำงานอยู่ในกระทรวง เป็นเจ้าหน้าที่ ระดับอธิบดี มีประวัติทำผิด พ.ร.บ.วินัยการเงิน การคลังที่ทำให้รัฐเสียหาย นับแสนล้านบาทด้วย

อ่านข่าว : แนะ “นายกฯ” ใช้เงินยึดจากคดีทุจริตแทนกู้เงิน 5 แสนล้านบาท ขับเคลื่อน “ดิจิทัล วอลเล็ต”

รถไฟฟ้าสายสีชมพู

รถไฟฟ้าสายสีชมพู

สิ้นสุดการรอคอย สำหรับการเปิดบริการทดลองนั่งฟรีไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายๆ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นจำนวนมาก แต่ต้องรอดูต่อไปว่าเมื่อหลังวันที่ 17 พ.ย.ที่เป็นวันสุดท้ายของการนั่งฟรี จะยังมีประชาชนมารอคิวเยี่ยงนี้หรือไม่ ด้วยราคาที่เริ่มต้นตั้งแต่ 15 บาท สูงสุด 45 บาท

แม้ความคิดเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ต้องการราคาจบที่ 20 บาทตลอดสายก็ตาม

สำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วงหลังจากใช้นโยบาย 20 บาทตลอดสายตั้งแต่ 16 ต.ค. ซึ่งครบ 1 เดือนไปแล้วนั้น นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าน่าแปลกใจที่ รมว.คมนาคม ไม่แถลงข่าวการใช้นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย สำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วงหลังจากที่ใช้ครบ 30 วัน หรือ 1 เดือนแล้ว ซึ่งพอจะประเมินได้แล้วว่าผลที่ได้เป็นที่น่าพอใจหรือไม่?

ต่างกับวันเปิดใช้นโยบายนี้ในวันแรก รมว.คมนาคมแถลงข่าวใหญ่โตด้วยการชูธนบัตร 20 บาท พร้อมยิ้มกว้างต่อหน้านักข่าวมากมาย

หลังใช้นโยบาย 20 บาทตลอดสาย เป็นเวลา 30 วัน พบว่ารถไฟฟ้า 2 สายนี้ มีรายได้เฉลี่ยวันละ 1.3 ล้านบาท ประกอบด้วยรายได้สายสีแดง 5 แสนบาท สายสีม่วง 8 แสนบาท ลดลงจากเดิมวันละ 5 แสนบาท คิดเป็น 28% ในขณะที่มีรายจ่ายค่าจ้างเดินรถทั้ง 2 สาย เฉลี่ยวันละ 8.7 ล้านบาท ทำให้ขาดทุนวันละ 7.4 ล้านบาท

เป็นหน้าที่ของ รมว.คมนาคม ที่จะต้องพิจารณาว่า รายได้ที่ลดลงคุ้มกับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ ? และที่สำคัญ จะต้องหาทางทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญให้ได้

ภาพ : facebook ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ - Dr.Samart Ratchapolsitte

ภาพ : facebook ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ – Dr.Samart Ratchapolsitte

สามารถ ยังแนะนำให้ รมว.คมนาคม แอบลงพื้นที่ไปสังเกตการณ์การใช้รถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วงตามสถานีต่างๆ โดยไม่ต้องเชิญนักข่าวไปด้วย จะได้ข้อเท็จจริงว่าเหตุใดผู้โดยสารจึงเพิ่มขึ้นไม่มากตามที่ตั้งเป้าไว้ แล้วหาทางแก้ไขเพื่อทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมากให้ได้ ซึ่งจะช่วยลดการขาดทุนลงได้

ช่วงนี้เป็นโอกาสดีที่จะทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากมีการเปิดใช้รถไฟฟ้าสายสีชมพู ซึ่งมีสถานีเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วง ทำให้ผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีชมพูเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วงได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ส่งผลให้รถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วงมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม รมว. คมนาคม จะต้องเร่งใช้นโยบาย 20 บาทตลอดสาย สำหรับรถไฟฟ้าทุกสายทุกสี โดยจ่าย 20 บาทครั้งเดียว ใช้สายไหน สีไหนก็ได้ ไม่เฉพาะแต่รถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วงเท่านั้น ตามที่ได้หาเสียงไว้ ไปต่อหรือพอแค่นี้?

ปิดท้ายกันที่การตั้งหน้าตั้งตารอในวันที่ 24 พ.ย. คณะกรรมการ ป.ป.ช. เตรียมเปิดบัญชีทรัพย์สิน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในรอบ 9 ปี พร้อมด้วย 10 รัฐมนตรีรัฐบาลประยุทธ์ รวม 18 ราย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

“ศรีสุวรรณ” จ่อยื่น ป.ป.ช.สอบจริยธรรมนายกฯ ปมตั๋วผู้กํากับ

“โรม” ชี้ “นายก ” พูด ปม สส.ขอแต่งตั้ง ผู้กำกับ เข้าข่ายผิดกม. 3 ฉบับ

จับกระแสการเมือง : 22 พ.ย.2566 พิษปากพาไป “เศรษฐา” จาก “ขี้ข้า” ถึงตั๋วเพื่อไทย 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่