ดาวโหลด Application

อัด “ไพบูลย์” ทำลายอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ “ประเสริฐ” ขู่ ใช้เสียงมากลากไป ทำลายความร่วมมือรบ.-ฝ่ายค้านในอนาคต “พิธา” จวกเอาสถาบันมาเป็นโล่เกราะกำบังให้ตัวเอง ฟาก “สุทิน” เล็งชงสอบจริยธรรมร้ายแรง “ไพบูลย์” เป็นปรปักษ์ร้ายแรงระบบรัฐสภา แย้มหากถูกล้ม เตรียมซักฟอกนอกสภาฯ

เว็บไซต์พรรคพลังปวงชนไทย

การเมือง/สภา/10 ก.พ.

ฝ่ายค้าน แจงญัตติซักฟอกถูกต้อง อัด “ไพบูลย์” ทำลายอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ “ประเสริฐ” ขู่ ใช้เสียงมากลากไป ทำลายความร่วมมือรบ.-ฝ่ายค้านในอนาคต “พิธา” จวกเอาสถาบันมาเป็นโล่เกราะกำบังให้ตัวเอง ฟาก “สุทิน” เล็งชงสอบจริยธรรมร้ายแรง “ไพบูลย์” เป็นปรปักษ์ร้ายแรงระบบรัฐสภา แย้มหากถูกล้ม เตรียมซักฟอกนอกสภาฯ

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. เวลา 12.40 น. ที่รัฐสภา 6 พรรคฝ่ายค้าน นำโดย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ตัวแทนพรรคเสรีรวมไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน ร่วมประชุมหารือ กรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยื่นญัตติให้สภาผู้แทนราษฎรส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมวินิจฉัยญัตติ ขอเปิดประชุมสภาเพื่ออภิปรายทั่วไปโดยลงมติไม่ไว้วางใจเนื่องจากมีเนื้อหาที่เชื่อได้ว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันเบื้องสูงและขัดต่อมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ

โดยภายหลังการประชุม นายสมพงษ์ กล่าวว่าเราพิจารณากันแล้วเห็นว่าญัตติเปิดอภิปรายไม่วางใจของฝ่ายค้าน ผ่านการวินิจฉัยของประธานสภา ถูกบรรจุในวาระการประชุม รวมถึงส่งให้ครม. พิจารณาถึงความพร้อมในการตอบ ดังนั้นทุกอย่างถือว่าสมบูรณ์แบบแล้ว การที่นายไพบูลย์ ยื่นญัตติเพื่อต้องการให้ให้สภาทบทวนเรื่องนี้ใหม่นั้น ตนไม่เข้าใจว่านายไพบูลย์คิดอะไร หรือเป็นการสมคบคิดกันเพื่อทำลายระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้การอภิปรายของฝ่ายค้านถือเป็นการตรวจสอบตามกลไกของสภาฯ และเห็นชัดว่ากำลังเกิดการแตกแยกในพรรคร่วมรัฐบาล

นายประเสริฐ กล่าวว่า ญัตติการอภิปรายของฝ่ายค้านถูกต้อง ไม่มีข้อบกพร่องตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อที่ 176 การที่นายไพบูลย์ยื่นญัตติ โดยอ้างมาตรา 210 (2) ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของสภาฯ นั้น ถือว่ากล่าวอ้างไม่ขึ้น ซึ่งสภาไม่ได้มีปัญหาอะไร จึงไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยในเรื่องนี้ นอกจากนี้ญัตติการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านนี้ชอบแล้ว บรรจุเป็นวาระและเตรีมอภิปรายในวันที่ 16 ก.พ. โดยก่อนหน้านี้ประธานสภาฯ ได้เรียกวิปทุกฝ่ายหารือจำนวนวัน เวลา เหลือแค่คอยให้ถึงวันที่จะอภิปรายเท่านั้น และเมื่อมาดูรายละเอียดญัตติของนายไพบูลย์ มีหลายข้อความที่ไม่ได้ปรากฏเป็นข้อเท็จจริง เช่น นำสถาบันมาเกี่ยวข้องกับการเมือง ทั้งที่หากดูสาระสำคัญของญัตติฝ่ายค้าน เป็นการกล่าวหานยกฯ โดยตรง ซึ่งนายกฯ จะต้องเอาข้อกล่าวหาไปแก้ไข และเมื่อดูข้อบังคับการประชุมสภาฯ ไม่ควรรับญัตตินายไพบูลย์ ด้วยซ้ำ และไม่เคยมีประเพณีว่าญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องถูกตีความโดยศาลรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการทำลายระบบรัฐสภาและระบบประชาธิปไตย หากสภาฯ เห็นชอบญัตติแบบพวกมากลากไป ในอนาคตความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้านจะเดินหน้าลำบากและอาจจะเกิดขึ้นลำบาก

นายพิธา กล่าวว่า เบื้องต้นอยากให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่าญัตติ ของนายไพบูลย์ จะไม่ทำให้การอภิปรายเลื่อนออกไป ดังนั้นขอฝากไปยังรัฐบาลว่าอย่าวิตกกังวลว่าตอบคำถามไม่ได้แล้วจะใช้วิธีการนอกระบบ จนทำลายอำนาจฝ่ายนิตบัญญัติ ส่วนการระทำของนายไพบูลย์ ตอกย้ำว่าเป็นการเอาสถาบันมาเป็นโล่เกราะกำบังให้ตนเอง

นายสุทิน กล่าวว่า เชื่อว่าสังคมจะเกิดข้อเคลือบแคลงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ขณะนี้มีส.ส. หลายคนไม่สบายใจกับญัตติของนายไพบูลย์ และตั้งคำถามว่า การกระทำของนายไพบูลย์ ผิดจริยธรรมร้ายแรง เป็นปรปักษ์ต่อระบบรัฐสภา หรือไม่ เพราะการเสนอญัตติเป็นอำนาจของสภาฯ หากทำแบบนี้หลักการถ่วงดุลอำนาจ 3 ฝ่ายจะบังคับใช้ไม่ได้เลย ดังนั้นจะมีการยื่นตรวจสอบจริยธรรมของนายไพบูลย์ให้ทันภายในสมัยประชุมนี้ และขอฝากไปยังรัฐบาลว่าการใช้เสียงข้างมากก็หยุดยั้งเราไม่ได้ เพราะเรามีการเตรียมมาตรการรองรับ เช่น การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภา ทั้งนี้เราเป็นเสียงข้างน้อยต้องงัดวิธีการทางกฎหมายทุกรูปแบบมาใช้เพื่อให้เรามีพลังตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชน.ให้ได้
///

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here