พรรคพลังปวงชนไทย
เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน

“พิธา” เดินสายออกสื่อถี่ยิบ-ลั่นเข้าสภาโหวตนายกฯ

วันนี้ (12 ก.ค.2566) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ชี้แจงหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพ ส.ส.ว่า ไม่มีอะไรต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่ากระบวนการในวันพรุ่งนี้ (13 ก.ค.) จะเหมือนเดิมทุกอย่าง

ขอขอบคุณกำลังใจจากพี่น้องประชาชนที่ส่งมาให้ เชื่อว่าทุกอย่างจะยังคงเป็นไปตามเดิม ก็ยังกำลังใจดีอยู่ ขอบคุณทุกคนที่ส่งกำลังใจมาให้

“พิธา” ยืนยันไม่ได้รับความเป็นธรรม

ส่วนกังวลหรือไม่ว่าเรื่องนี้จะถูกหยิบยกไปเป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณาลงมติให้ความเห็นชอบในวันพรุ่งนี้ นายพิธา ยืนยันว่าไม่กังวลเพราะเป็นเรื่องปกติ เชื่อว่า ส.ว.คงแยกแยะได้ว่า แต่ละเรื่องมีหน้าที่อะไรบ้าง และเรื่องที่ร้องไปก็รู้อยู่แล้วว่า สื่อมวลชนได้ปิดไปนานแล้ว ในฐานะผู้จัดการมรดก ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร คุณสมบัติการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรียังอยู่

กกต.ไม่ได้เรียกไปชี้แจง ยอมรับว่าไม่เป็นธรรม สิ่งที่นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค แถลงก็เป็นข้อเท็จจริง หากนำไปเทียบเคียงกับการยุบพรรคอนาคตใหม่ เกี่ยวข้องกับการกู้เงิน เป็นคนละรูปแบบกัน ดังนั้น ระเบียบของ กกต.ควรจะเปิดโอกาสให้ชี้แจง

อ่านข่าวเพิ่ม 6 ชนักปักหลัง “พิธา” ทำให้ก้าวไม่ถึงฝั่งฝัน

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

รวมถึงการดำเนินการของ กกต.ก็มีระยะสั้น ในกรณีของตนใช้เวลาเพียง 32 วัน ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของคดี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 1 ใน 10 ของคดีของรัฐมนตรีในยุค คสช.ทั้ง 4 คน บรรทัดฐานก็ต่างกัน เป็นสิ่งที่ดูเร่งรัดไปนิด และก็เป็น 1 วันก่อนโหวตนายกฯ เป็นอะไรที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่ยังเชื่อมั่นว่ายังเดินหน้าตามปกติ กำลังใจมีแน่นอน

ส่วนกังวลใจหรือไม่กับการล็อบบี้ ส.ว. นายพิธา บอกว่าดูสภาพแล้วจากการเคลื่อนไหวนอกสภาแบบนี้ แสดงให้เห็นว่าในสภามีความมั่นใจมากขึ้นว่าจะได้เสียงถึง 376 เสียง จึงได้มีการใช้องค์กรอิสระข้างนอกสภาหรือไม่ เป็นการตั้งคำถามไว้

แต่เท่าที่คุยกันในสภา จริงๆ แล้วก็มีแนวโน้มที่ดี แต่เมื่อมีแนวโน้มที่ดีก็มี กระบวนการเคลื่อนไหวนอกสภาหรือไม่อย่างไร ไม่รู้ เป็นแค่สิ่งที่เขาพูดกันในสภาเฉยๆ

อ่านข่าวเพิ่ม ด่วน กกต.มีมติ ส่งศาล รธน.วินิจฉัยสมาชิกภาพ “พิธา” ปมถือหุ้นสื่อ

13 ก.ค.ยังเข้าสภาฯ พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ 

พร้อมกันนี้นายพิธา ยังยืนยันว่า ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แม้จะเหลืออีก 1 วัน ที่จะลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี กระบวนการยังคงเป็นไปตามปกติ ไม่ได้เป็นสิ่งที่เกินความหมายแต่อย่างใด ยังสามารถบริหารจัดการได้

วันพรุ่งนี้ ผมก็จะยังคงเข้าสภาปกติ อภิปราย 6 ชั่วโมง จะตอบทุกข้อซักถาม ทุกข้อกังวลใจ และแสดงวิสัยทัศน์ แล้วจะมีการลงมติให้ความเห็นชอบในเวลา 17.00 น. ตามที่ประธานสภาบอกไว้

ขณะที่ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาพบว่านายพิธา เดินสายพบสื่อ

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

“พิธา” ชี้มีการสกัดกั้นตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก

ทั้งนี้ความเคลื่อนไหวของนายพิธา วันนี้ โดยในช่วงเช้านายพิธา ได้ไปออกรายการ รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ก่อนในช่วงเวลา 15.30 น. พิธา ได้ไปออกรายการเปิดปากกับภาคภูมิ ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 โดยในรายการเปิดปากกับภาคภูมิ นายพิธาได้เปิดเผยถึงกรณีหลัง กกต. มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า สมาชิกภาพ ส.ส. เหตุมีชื่อถือครองหุ้นสื่อบริษัทไอทีวีจำกัด (มหาชน) จำนวน 42,000 หุ้น

เป็นเรื่องไม่เกินความคาดหมาย และถือเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในการเมืองไทย

ซึ่งในกรณีนี้ กกต. ใช้เวลาพิจารณา 32 วัน และไม่มีการส่งหนังสือทั้งที่ทำงาน และที่พรรคทุกวันนี้ยังไม่ทราบว่า กกต. มีข้อสงสัยเรื่องใด เนื่องจากไม่ได้มีโอกาสชี้แจงในประเด็นข้อสงสัย และจนถึง ณ เวลานี้ ก็ยังไม่ได้มีหนังสือมติของ กกต. ส่งมาถึงแต่อย่างใด มองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

ซึ่งเรื่องนี้ กกต. ใช้เวลาในการประชุมติดต่อกัน 3 วัน และส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ก่อน 1 วัน ที่มีการเลือกนายรัฐมนตรี ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ผลประโยชน์จากหุ้นไอทีวี และพร้อมให้ตรวจสอบ เพื่อความโปร่งใส

ส่วนกระแสข่าวที่มีการโหวตนายกฯ กำหนดให้เลือกได้ครั้งเดียว ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนด เป็นการตีความข้อบังคับ ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่ามีความพยายามที่จะสกัดกั้นรัฐบาลเสียงข้างมากของประชาชนที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ในหลากหลายรูปแบบ 

ส่วนเสียง ส.ว. ที่จะโหวตสนับสนุนหรือไม่ ต้องประเมินกันอีกที มั่นใจแต่ไม่ประมาท เนื่องจากมีการกดดันหลายรูปแบบตัวเลขที่ได้เห็นคงเป็นวันพรุ่งนี้

ในระบบการเลือกนายกฯ ยอมรับว่าเป็นระบบที่ไม่ปกติในระบบประชาธิปไตย มีทั้งระบบ ส.ส และ ส.ว. พรรคชนะแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งระบบนี้สามารถทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ โดยการยืนยันเสียงข้างมาก จากฉันทามติของประชาชน

ทั้งนี้ถ้าในวันพรุ่งนี้โหวตนายกฯ ไม่ผ่าน ก็จะเดินหน้าโหวตต่อในวันที่ 19 ก.ค. แต่จะพยายามให้ผ่านในรอบแรก สำหรับพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ไม่มีการพูดคุยถึงแผน 2

พรุ่งนี้มีการเดิมพันไม่แพ้ 14 พ.ค ถ้ามองไปที่ตาประชาชน ฟังเสียงประชาชน ว่ามีความหวังกับนักการเมืองมากแค่ไหน เค้าอยากอยู่ด้วยความหวังไม่ใช่ความกลัว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

บช.น.ประกาศ “ห้ามชุมนุม” รัศมี 50 เมตรรอบรัฐสภา 12-15 ก.ค.

โซเซียลเดือดทัวร์ลง กกต. “ปมหุ้นสื่อพิธา” ก่อนวันโหวตนายกฯ

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่


This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More