พรรคพลังปวงชนไทย
เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน

แกะกล่อง “นครินทร์ เมฆไตรรัตน์” ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่

เมื่อวันที่ 10 ม.ค.2567 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีการประชุมเลือก นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ แทนนายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่หมดวาระเมื่อเดือน ก.ย. 2566 ที่ผ่านมา

นายนครินทร์ เกิดเมื่อ 28 ก.ค.2501 ปัจจุบันอายุ 66 ปี เป็นนักรัฐศาสตร์ เคยดำรงตำแหน่ง กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (2557 – 2558) สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (2549 – 2550) ปัจจุบันนายนครินทร์ ยังอยู่ในตำแหน่ง “ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ”

นายนครินทร์ ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น “ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ” เมื่อเดือน พ.ย. 2558 โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 9 ปี ตามรัฐธรรมนูญ 2550 โดยจะพ้นจากตำแหน่งในเดือน พ.ย. 2567 นี้

นายนครินทร์ จบการการศึกษา

  • ระดับปริญญาตรี สาขาการเมืองการปกครอง (เกียรตินิยมอันดับ 2) คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี 2523
  • ระดับปริญญาโท สาขาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ระดับปริญญาเอก INTERNATIONAL STUDIES WASEDA UNIVERSITY ประเทศญี่ปุ่น

นายนครินทร์ เคยเป็นอาจารย์สอนที่ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จนถึงต้นปี 2532 ก่อนย้ายไปมาเป็นอาจารย์ที่ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเลื่อนขึ้นเป็น คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จากนั้นศึกษาต่อจนสำเร็จปริญญาเอก โดยตำแหน่งหน้าที่สำคัญ ดังนี้

  • รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ท่าพระจันทร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันที่ 1 ก.พ.2557 – 16 ต.ค.2558
  • รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันที่ 15 ก.ย.2555 – 31 ม.ค.2557
  • รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันที่ 1 พ.ค.2553- 14 ก.ย.2554
  • คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันที่ 1 ก.พ.2547 – 31 ม.ค.2553 (2 สมัย)

นอกจากนี้ นายนครินทร์ ยังมีประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ดังนี้

  • สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (พ.ศ. 2549 – พ.ศ. 2550)
  • กรรมการอื่นใดในคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล (พ.ศ. 2551 – 1 กันยายน พ.ศ. 2554)
  • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร (28 เม.ย.2554)
  • กรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ด้านการเมือง) (13 ส.ค. 2557)
  • กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (4 พ.ย.2557)
  • ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (16 พ.ย. 2558 – ปัจจุบัน) 

“ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ” วินิจฉัยคดีเมืองสำคัญ

นอกจากนี้ นายนครินทร์ ยังเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ปี 2558 หรือราว 5 ปี ซึ่งทำหน้าที่วินิจฉัยคดีสำคัญหลายคดีเช่น คดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหนางนายกฯครบ 8 ปี หรือ คดียุบพรรคอนาคตใหม่ 

เสียงข้างน้อยให้ “ประยุทธ์” พ้นนายกฯ เหตุอยู่ครบ 8 ปี 

สำหรับนายนครินทร์ เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 1 ใน 3 เสียงข้างน้อยที่วินิจฉัยว่า สถานะความเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่ โดยให้พ้นจากตำแหน่ง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2565 เนื่องจากดำรงตำแหน่งครบ 8 ปี

สาระสำคัญส่วนหนึ่งของคำวินิจฉัยส่วนตนของนายนครินทร์ ให้เหตุผลในคำวิจิฉัย ว่า การดำรงตำแหน่งนายกฯ ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจสูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดิน เป็นระยะเวลานาน จนมีลักษณะเป็นการผูกขาดอำนาจ อาจก่อให้เกิดปัญหาหรือวิกฤตทางการเมือง ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประโยชน์ของประชาชน ประโยชน์สาธารณะ ระบอบการปกครอง และการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ

นอกจากนี้ มาตรา 158 วรรค 4 ได้กำหนดระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งนายกฯ “เป็นมาตรการจำกัดการผูกขาดและการใช้อำนาจทางการเมืองของฝ่ายบริหารโดยไม่เป็นไปตามหลักการและเจตนารมณ์ของการตรวจสอบในระบบรัฐสภา” และ “ไม่ได้มีลักษณะเป็นการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคล”

ผู้ถูกร้อง (พล.อ. ประยุทธ์) ดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อเนื่องมานับแต่วันที่ 24 ส.ค. 2557 จนถึงปัจจุบัน โดยการดำรงตำแหน่งดังกล่าวไม่ได้สิ้นสุดหรือขาดตอน แต่อย่างใด ผู้ถูกร้องจึงดำรงตำแหน่งนายกฯ รวมกันแล้วเป็นระยะเวลาเกินกว่า 8 ปี

ดังนั้น ความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯ ของผู้ถูกร้อง จึงสิ้นสุดลงแล้วตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่

เสียงข้างมากคดี “ยุบพรรคอนาคตใหม่”

นอกจากนี้นายนครินทร์ ยังเป็นตุลาการศาลธรรมนูญ เสียงข้างมากพิจารณาคดียุบพรรคอนาคตใหม่ ทำผิด พ.ร.ป.พรรคการเมือง รับเงินที่ได้จากการกู้ยืมมาใช้จ่ายเป็นทุน ในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง มีความมุ่งหมายเพื่อให้การดำเนินกิจกรรมของพรรคเป็นไปโดยเปิดเผย ตรวจสอบได้ มีมาตรการกำกับให้พรรคดำเนินการโดยอิสระไม่ถูกครอบงำหรือชี้นำโดยบุคคลซึ่งไม่ใช่สมาชิกของพรรค

และรัฐธรรมนูญมุ่งหมายให้พรรคการเมืองมีฐานะเป็นองค์การองค์กรนิติบุคคลทางกฎหมายมหาชน โดยมี พ.ร.ป.พรรคการเมืองกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับพรรคการเมืองผ่านกฎเกณฑ์ต่างๆ ทั้งพรรคการเมืองมีบทบาทสำคัญในระบอบประชาธิปไตยแบบผู้แทน

ดังนั้น แม้พรรคมีรากฐานการก่อเกิดมาจากการรวมตัวกันโดยสมัครใจของกลุ่มคนในสังคม แต่ก็มีสถานะเฉพาะต่างไปจากกลุ่มสาธารณะทั่วไปในพื้นที่ประชาสังคม เนื่องจากมีบทบาทหน้าที่เชิงสถาบันภายในระบบการเมือง การกำกับควบคุมการดำเนินกิจการภายในของพรรคการเมืองโดยรัฐจึงมีความจำเป็นต่อการปกป้องความเป็นอิสระของพรรคการเมือง

ดังนั้น การที่ พรรคอนาคตใหม่รับเงินที่ได้จากการกู้ยืมมาใช้จ่ายเป็นทุนในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ทั้งที่เป็นเงินที่ไม่ได้มีแหล่งที่มาและวิธีการได้มาตามกฎหมายกำหนดไว้ในมาตรา 62 จึงเป็นกรณีที่พรรคอนาคตใหม่รับบริจาคประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง ม.72 เป็นเหตุให้ยุบพรรคตาม ม.92 วรรคสอง

อ่านข่าวอื่น ๆ

“กุ้ง สุธิราช” แถลงน้ำตาคลอ “วิรดา” อาการวิกฤตป่วยไข้เลือดออก

กมธ.ตปท.ชงนายกฯ เจรจา “ฮุน มาเน็ต” เปิดจุดผ่อนปรนขึ้นเขาพระวิหาร

“วราวุธ” ห่วงสถาบันครอบครัว ชี้เหมือนฟางเส้นสุดท้าย

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่


This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More