พรรคพลังปวงชนไทย
เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน

“วีระ” ซัดกลับ “แรมโบ้อีสาน” ปมถูกโยงกลุ่มรีดทรัพย์

วันนี้ (8 ก.พ.2567) นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชัน ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการประจักษ์จับประเด็น กรณีที่ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน เข้า ร้องกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ระบุถึงตัวละคร “ว.” ที่ถูดพาดพิง

โดยระบุว่า นายเอกลักษณ์ เคยมาร้องเรียนตนเองในช่วงเดือน พ.ค.2564 ว่า ถูกนายเสกสกล เรียกรับเงิน 2 ล้านบาท เกี่ยวกับการประกวดราคาโครงการรัฐของ กทม. เพื่อทำโครงการกำจัดขยะ แต่สุดท้ายไม่ได้ จึงตามทวงกับนายเสกสกล ก็ไม่ได้อีก จากนั้นจึงมาร้องเรียนกับนายวีระอีกครั้ง ในปี 2566 ว่า นายเสกสกลไม่ยอมจ่ายเงินให้

อ่านข่าว “แรมโบ้อีสาน” พบ “บิ๊กเต่า” เผยเจ็บปวดมาก ถูก “อ.” รีดทรัพย์ 6 ครั้ง 

นายวีระ กล่าวว่า กรณีที่นายเสกสกลพูดไม่ระบุ “ว.” ว่าเป็นใครแต่เมื่อมีเรื่องของเอกลักษณ์ด้วยก็น่าจะคงเป็นตนเอง เพราะกรณีนี้นายเสกสกลเคยต่อว่าไว้อย่างรุนแรงเมื่อปี 2566 เมื่อครั้งที่นำนายเอกลักษณ์ ที่เป็นผู้ร้องเรียนไปยังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อมาดักรอนายเสกสกล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น เพื่อทวงถาม

แต่นายเสกสกล กลับไม่ยอมเผชิญหน้า และนายเอกลักษณ์ก็ยืนยันว่า เอาเงินไป 2 ล้านบาทแล้ว ไม่ได้งาน ส่วนใครเป็นคนรับเงินก็ต้องเผชิญหน้ากัน แต่นายเสกสกลไม่ยอมพบ และสุดท้ายไปแถลงข่าวด่านายเอกลักษณ์ และตนเองทำให้เกิดคดีในขณะนี้

เมื่อถามว่า รู้จักนายเอกลักษณ์ มากแค่ไหน นายวีระ ตอบว่า ไม่รู้จักมาก่อน แต่นายไทกร พลสุวรรณ เป็นคนพามารู้จักครั้งแรก และพบกันแถวรามอินทรา โดยอ้างว่ามีเรื่องร้องเรียน แต่ไม่รู้ว่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไร แต่ระยะหลังนายเอกลักษณ์ ถูกโยงกับเจ๋ง ดอกจิก และนายศรีสุรรณ ตนจะทราบได้อย่างไรว่าเขาเป็นแก๊ง

ยืนยันทำงานมา 32 ปี และทำงานรับร้องเรียนนับพันกว่าเรื่อง จะเป็นแล้วคนที่มายื่นร้องเรียนจะมาโยงว่า เป็นทีมเดียวกับตัวเองหรือ คงไม่ยุติธรรม เพราะพยายามโยงมากล่าวหา

ยันไม่ถอย-ไม่เคลียร์-เข้ากระบวนการยุติธรรม

ส่วนข้อสังเกตว่าการที่ นายเสกสกล มากล่าวหาตอนนี้ นายวีระ คงอยากให้บีบให้ตัวเองเคลียร์เพราะต่างคนต่างฟ้อง เพราะเมื่อ 4 ก.พ.ที่ผ่านมาเพิ่งให้ทนายความมาต่างคนต่างถอนฟ้องหรือไม่ แต่ตัวเองบอกว่าเลยช่วงเวลานั้นไปแล้ว และนายเสกสกล ก็ดำเนินคดีกับตัวเองก่อน เมื่อปี 2566 เขาเลยใช้วิธีนี้ไปร้องที่ ปปป.

เสกสกล ก็รู้จักตัวเองมาหลายปีแล้ว เรียนหลักสูตร วปอ. เขาควรคุยก่อน กลับเลือกแถลงข่าวทำให้ตัวเองเสียหาย จึงต้องปกป้องสิทธิตัวเอง และให้ไปพิสูจน์กันในศาล 19 ก.พ.นี้ จะมีการไต่สวนมูลฟ้อง

นายวีระ กล่าวว่า เพิ่งรู้จักเจ๋ง ดอกจิก ในปี 2564 ตอนร่วมเวทีไทยไม่ทน แต่ไม่ได้สนิท ส่วนนายเอกลักษณ์ เขาน่าจะรู้จักกับเจ๋งมานาน และยอมรับว่า เพิ่งรู้ว่านายเอกลักษณ์ไปร่วมกับนายศรีสุวรรณ ตอนที่เกิดข่าวขึ้น 

“แรมโบ้อีสาน” ปัดรู้จักแก๊งรีดทรัพย์

ด้านนายเสกสกล กล่าว ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับการเรียกทรัพย์ แต่นายเอกลักษณ์ มาร้องเรียนว่า กทม.เขียนทีโออาร์โดยไม่ชอบ โดยเขาจะทำหน้าที่เป็นตัวกลาง หากมีการประมูลงานแข่งขันกันจะเข้าไปอาสาในบริษัท และอาสาจะไปร้อง วิธีการ คืออ้างสนิทผู้ใหญ่ในทำเนียบ กระทรวง และพอร้องเรียนแล้ว ก็มีหนังสือเลขรับก็ทำหนังสือไปให้ และขู่หน่วยงานว่าจะโดนตรวจสอบ และผู้ใหญ่ในทำเนียบก็ติดตามมา และพยายามยกเลิกเลขลับหนังสือ

ดูพฤติกรรมของนายเอกลักษณ์ แพรวพราว ไม่พบ ไม่คุยและไม่รับสาย เขามาตั้งแต่ปี 2562 และบังเอิญปีนั้นได้รวบเงินไปทำบุญกฐินรวมเงินโอน 2.6 ล้านบาท และวัดก็บริจาคเงินต่อ และก็มีใบอนุโมทนาบัตร

นายเสกสกล กล่าวอีกว่า ส่วนบริษัทที่นายเอกลักษณ์ พามาร้องก็อยู่ในรายชื่อที่บริจาคทำบุญด้วย กระทั่งในปี 2563 และไปหยอกล้อกันมีคลิปเสียงเรื่องหวย และในปีนั้นพอเจอคลิปเสียงต้องลาออก และเขาไปเอาสลิปคนใจบุญมาขู่แบล็กเมลตัวเอง

อ่านข่าว

เปิดข้อตกลงไทย-กัมพูชา ยกระดับ “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์”

เปิดขั้นตอน เลือกนายกสมาคมกีฬาฟุตบอล คาดรู้ผลเย็นนี้

“แรมโบ้อีสาน” เตรียมให้ข้อมูล ปปป. ถูกรีดทรัพย์

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่


This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More