พรรคพลังปวงชนไทย
เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน

เลือกตั้ง2566 : “ศรีสุวรรณ” ยื่น กกต.ตรวจสอบแชตไลน์เข้าข่ายครอบงำพรรคการเมือง

วันนี้ (3 พ.ค.2566) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต.เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สภาโพสต์รูปภาพแชตไลน์หลุดผ่านเฟซบุ๊กในลักษณะที่อาจเข้าข่ายความผิดกฎหมายเลือกตั้ง และพรรคการเมือง ในช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้งอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ อาจเข้าข่ายผิดเลือกตั้ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 73 (1) ซึ่งระบุว่าห้ามมีให้ผู้สมัครหรือผู้ใด ให้ หรือเรียกให้ผลประโยชน์ และมาตรา 75 ที่ห้ามมีให้ผู้ใดรณรงค์หาเสียงโดยให้ผลประโยชน์ตอบแทนซึ่งกันและกัน หากฝ่าฝืนก็จะนำไปสู่การพิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยยุบพรรคการเมือง

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การที่นำเงินจากบุคคลแดนไกลมาใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมหาเสียงเลือกตั้ง อาจเข้าข่ายความผิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 92(1) (3) (4) เพราะระบอบประชาธิปไตยไม่ได้บัญญัติให้มีการซื้อเสียง และ กกต.สามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้

แม้ว่าบุคคลดังกล่าวไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องอยู่ในความสนใจของประชาชนว่าภาพชุดดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่ จึงต้องให้กกต.ดำเนินการไต่สวน สอบสวน โดยมีอำนาจเรียกนายสมชาย และบุคคลที่ปรากฏมาสอบสวน เพื่อหาข้อเท็จจริง

ส่วนเรื่องดังกล่าวสอดคล้องกับที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯทวิตข้อความว่าอยากกลับบ้านหรือไม่ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าจะเชื่อมโยงกันหรือไม่ แต่หากไปดูเหตุการณ์ที่ผ่านมาที่สมาคมฯเคยร้องเรียนในลักษณะนี้ คือมีการครอบงำพรรคการเมือง

สำหรับบุคคลนี้ผมได้มาร้องเป็นครั้งที่ 8 แล้ว ก็เชื่อมโยงมาโดยตลอด เพียงแต่พยานหลักฐานอาจจะสาวไปไม่ถึง กกต.ก็ยกคำร้องไป แต่ผมก็พยายามเน้นมาโดยตลอดว่ามันเชื่อมโยงกันมาโดยตลอด จนวันนี้ก็มีแชตไลน์ออกมา เป็นงานที่กกต.จะต้องดำเนินการให้ชัดเจน โปร่งใสและเป็นที่ยอมรับต่อสาธารณชน

สำหรับแชตไลน์ดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ใช่หรือไม่ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ในแชตไลน์ไม่ได้ระบุวันเวลาไว้ แต่ต้องไปสอบนายสมชายว่า ได้แชตดังกล่าวมาจากที่ใด ตนคิดว่านายสมชายสามารถให้ข้อมูลในเรื่องนี้ได้

สำหรับ การยื่นคำร้องในครั้งนี้มีการมองว่า เป็นการดิสเครดิตพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า มีข้อมูลเชิงประจักษ์ออกมาและตนมองว่าอาจจะมีข้อความที่ผิดต่อกฎหมาย

ส่วนนายสมชาย จะมีเจตนาอย่างไร ตนคิดว่าทาง กกต.จะเรียกมาสอบ ตนมองว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นการดิสเครดิต แต่เป็นการพิสูจน์ความจริงว่าผิดกฎหมายหรือไม่

ในฐานะนักกฎหมายก็สามารถวินิจฉัยเบื้องต้นได้ว่าอาจจะผิด แต่ตนไม่ใช่ผู้วินิจฉัยในขั้นสุดท้ายทำให้ต้องอาศัยหน่วยงานที่มีอำนาจเข้ามาดำเนินการ ซึ่ง กกต.มีระเบียบใหม่ออกมา ว่ามีเรื่องที่เกี่ยวข้องที่นำไปสู่การยุบพรรคการเมือง นึกว่ามีวิธีซึ่งจะต้องดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วคาดว่าจะใช้เวลา 1-2 เดือนก็จะแล้วเสร็จ

สำหรับข้อความในแชตไลน์ที่นายศรีสุวรรณ ได้นำมายื่นเป็นหลักฐานต่อกกต.เพื่อให้สอบสวนนั้นได้มีการระบุว่าในลักษณะขอเงิน ซึ่งผู้ที่ขอได้ระบุชื่อตัวเองในข้อรวามว่า “ตุ๋ย” ได้เรียกบุคคลที่คุยด้วยว่า “นาย” โดยมีการสอบถามว่าใช้เงินเท่าไหร่ และได้พูดถึงโครงการชวนคนเสื้อแดง 6 จังหวัดกลับบ้านมาช่วยให้ชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์

รวมถึงต้องเป็นการแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้นาย…กลับบ้าน ส่วนนาย…ได้ระบุว่าส่งเงินจำนวน 1 ล้านบาทไปก่อน ขอให้คนเสื้อแดงไปตรวจสอบด้วยว่าเขตไหนที่ยังไม่ได้ติดป้าย หรือไม่ได้ทำงานพร้อมระบุว่าขอให้ทำให้ดี ไม่ขัดแย้งกัน

“แพทองธาร” ไม่กังวล

ด้าน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ตอบถึงกรณีดังกล่าวในระหว่างการแถลงข่าวการคลอดบุตรว่า มองเป็นเทคนิคหนึ่งในการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย ยืนยัน พรรคเพื่อไทยไม่ได้กังวล หากคุณศรีสุวรรณ ว่างมากก็เชิญ

ส่วนจะฟ้องกลับหรือไม่ มองว่า หากว่างมีเวลาเหมือนนายศรีสุวรรณ ก็จะฟ้องกลับ แต่ส่วนตัวมั่นใจ ไม่มีโทษถึงยุบพรรคเพื่อไทย

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่


This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More